Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมฝ่าวิกฤตพลังงานขยาย EV Truck รวมสิ้นปี 44 คัน

ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมฝ่าวิกฤตพลังงานขยาย EV Truck รวมสิ้นปี 44 คัน
1
เขียนโดย intrend online 2026-04-16

กรุงเทพฯ 16 เมษายน 2569 – ท็อปส์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ร่วมฝ่าวิกฤตพลังงาน เร่งขยายการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) ในระบบโลจิสติกส์ เพิ่มอีก 20 คัน รวมสิ้นปีเป็น 44 คัน เสริมประสิทธิภาพการกระจายสินค้า ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคหลักทั่วประเทศ รองรับความผันผวนด้านต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม เสริมมาตรการช่วยลดต้นทุนเพื่อลดทอนผลกระทบด้านราคาสินค้า ควบคู่กับการสร้างความมั่นใจเรื่องความพร้อมของสินค้าเพื่อจำหน่ายในทุกสาขายังคงดำเนินได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ตั้งเป้าลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้กว่า 457,000 ลิตร ภายในปี 2569

นายธนวัตร จิรจริยาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความไม่แน่นอนของพลังงานโลก ได้สร้างแรงกดดันต่อทั้งภาคธุรกิจและค่าครองชีพของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ตัวเลขการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าทั้งส่วนบุคคลและเพื่อการพาณิชย์เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ จากข้อมูลจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) พบว่า ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนสะสมประเภท BEV มีจำนวนทั้งสิ้น 372,662 คัน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ 63.83 ทั้งนี้ มีรถกระบะและรถแวนเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2567 ร้อยละ 77.22 และรถบรรทุกเพิ่มขึ้น ร้อยละ 38.39 สะท้อนถึงความจำเป็นในการลดการพึ่งพาน้ำมัน และเร่งพัฒนาทางเลือกด้านพลังงานในระยะยาว ควบคู่กับการผลักดันระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) อย่างครบวงจร ท็อปส์จึงเดินหน้าเร่งขับเคลื่อนกลยุทธ์ด้านโลจิสติกส์ โดยนำรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) มาเป็นกลไกสำคัญในการบริหารซัพพลายเชน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่ง ควบคุมต้นทุน และสร้างความมั่นใจว่าสินค้ายังคงพร้อมจำหน่ายอย่างต่อเนื่องในทุกสาขา”

ปัจจุบันท็อปส์มีการใช้งานรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) รวมทั้งสิ้น 24 คัน รองรับการกระจายสินค้าทั้งแบบควบคุมอุณหภูมิและอุณหภูมิปกติ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาคหลักทั่วประเทศ เพื่อกระจายสินค้าไปยังท็อปส์ ท็อปส์ ฟู้ด ฮอลล์ และท็อปส์ เดลี่ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา รถ EV Truck ของท็อปส์มีระยะทางการวิ่งรวมกว่า 1,682,938 กิโลเมตร หรือเทียบเท่าระยะทางไป-กลับจากเชียงราย–เบตง กว่า 467 รอบ พร้อมช่วยลดการใช้น้ำมันได้กว่า 262,568 ลิตรต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 690 ตันคาร์บอนเทียบเท่า

ทั้งนี้ เพื่อรับมือสถานการณ์ราคาน้ำมันผันผวนและตอบรับกับนโยบายของรัฐในการร่วมประหยัดพลังงาน และลดการใช้น้ำมัน ท็อปส์ตั้งเป้าขยายการใช้งานรถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV Truck) โดยวางแผนเพิ่มรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าขนาด 4 ล้อ อีกจำนวน 20 คัน รวมเป็น 44 คันภายในสิ้นปี 2569 นอกจากนี้ หากสถานการณ์น้ำมันส่อแนวโน้มเข้าขั้นวิกฤต ท็อปส์ยังเตรียมแผนสำรองที่จะขยายรถขนส่งพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษอีกจำนวน 20 คัน รองรับการขนส่งสินค้าทั้งแบบควบคุมอุณหภูมิและอุณหภูมิปกติ พร้อมเสริมกำลังการกระจายสินค้าในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลให้ต่อเนื่องที่สุด เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการขนส่ง ควบคู่กับการลดต้นทุนพลังงาน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยตั้งเป้าช่วยลดการใช้น้ำมันได้เพิ่มเติมอีกกว่า 457,000 ลิตรต่อปี และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 1,202 ตันคาร์บอนเทียบเท่า

นอกจากนี้ การลดการใช้พลังงานนับเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญของท็อปส์ในการดูแลสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับประสิทธิภาพบริการ และขับเคลื่อนสู่ Green Logistics อย่างยั่งยืน โดยเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ ‘12 Missions to Sustainable Retail’ ภายใต้ปรัชญา “CRC Care” มิติ “Care for the Environment” มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593

“เรายังคงยืนยันความมุ่งมั่นในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าความผันผวนของราคาน้ำมันจะไม่ส่งผลกระทบต่อการกระจายและเติมสินค้า พร้อมเดินหน้าพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์ที่ยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของซัพพลายเชน และตอกย้ำบทบาทท็อปส์ในฐานะผู้นำฟู้ดรีเทลที่ผู้บริโภคไว้วางใจ พร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์” นายธนวัตร กล่าวสรุป