Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

MAS สร้างปรากฏการณ์หน้าใหม่ เขย่าอุตฯ ความงาม-สุขภาพ งาน Vitafoods Asia 2026

MAS สร้างปรากฏการณ์หน้าใหม่ เขย่าอุตฯ ความงาม-สุขภาพ งาน Vitafoods Asia 2026
102
เขียนโดย intrend online 2026-09-04

ปักหมุด 4 นวัตกรรม พร้อมโชว์ศักยภาพ "Beauty-from-Within" เต็มรูปแบบ ประกาศเป้าหมายผู้นำเทคโนโลยีห่อหุ้มและนำส่งสารสำคัญระดับโลก ดันไทยสู่ Hub ความงามเอเชีย

‘บมจ.มาลีกรุ๊ป’ หรือ MALEE นำมาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ (MAS) จัดทัพเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์ ร่วมโชว์ศักยภาพในงาน “Vitafoods Asia 2026” มหกรรมแสดงสินค้าและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โภชนเภสัช และสารสกัดเพื่อสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ปักหมุด 4 นวัตกรรมใหม่ “ป้องกัน UV, ผิวกระจ่างใส, ชะลอวัย, ระบบเผาผลาญ” สร้างปรากฏการณ์หน้าใหม่ “Beauty-from-Within” ระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์เพื่อความงาม สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีมีคุณภาพแห่งอนาคต เขย่าวงการอุตสาหกรรมความงามและสุขภาพ พร้อมเปิดฉาก Business Matching ดึงผู้ประกอบการทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างคึกคัก วางเป้าหมายก้าวสู่ผู้นำเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์ในระดับโลก พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยก้าวสู่ Hub ความงาม สุขภาวะ และการแพทย์ของเอเชีย


 

นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า มาลีกรุ๊ป วางยุทธศาสตร์ มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ ‘Malee Applied Sciences’ (MAS) เป็นหนึ่งใน New S-Curve ด้าน Deep-Tech และ Science-based Innovation เพื่อขยายธุรกิจสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและความงาม รับกับโอกาสและศักยภาพตลาดสารสกัดเฉพาะในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ความงาม (Beauty) ระดับโลก ที่เชื่อมโยงกับสุขภาพและสุขภาวะแบบองค์รวม (Health & Wellness) และกำลังเข้าสู่ช่วงเติบโตครั้งสำคัญโดยเส้นแบ่งระหว่าง “ความงาม” และ “สุขภาพ” กำลังเชื่อมเข้าหากันมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้ต้องการเพียงผลิตภัณฑ์ดูแลรูปลักษณ์ภายนอก แต่ให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคเชิงรุก ความงามจากภายใน การชะลอวัยอย่างมีสุขภาพดีและมีอายุยืนยาว ที่สำคัญคือมีระบบเผาผลาญที่ดี เปิดโอกาสให้นวัตกรรมที่เชื่อมวิทยาศาสตร์ด้านความงามและสุขภาพเข้าด้วยกัน

ทั้งนี้ มาลีกรุ๊ป วางกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ MAS ครอบคลุมระบบนำส่งทั้ง 2 เส้นทางสำคัญ ได้แก่ 1. ระบบนำส่งทางผิวหนัง (Topical Delivery System) วัตถุดิบสารสำคัญสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงาม เครื่องสำอาง และเวชสำอาง (Beauty, Cosmetic และ Cosmeceutical) มุ่งเน้นการนำส่งสารสำคัญผ่านผิวหนัง ชั้นผิว รูขุมขน และเส้นผม 2.ระบบนำส่งทางการรับประทาน (Oral Delivery System) วัตถุดิบสารสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Health & Wellness มุ่งแก้ไขข้อจำกัดด้านความคงตัว การละลาย การดูดซึม และการนำส่งสารอาหาร (Vitamin and Bioactive Compounds) ให้สามารถแสดงศักยภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยวางเป้าหมาย MAS สร้างสายธารนวัตกรรมต่อเนื่อง และธุรกิจสารสกัดวิทยาศาสตร์ที่อัตรากำไรสูง ให้เป็นแหล่งรายได้ใหม่ของมาลีกรุ๊ป พร้อมสร้างทรัพย์สินทางปัญญาจากประเทศไทยที่ขยายสู่ตลาดโลกได้อย่างยั่งยืน และวางเป้าหมายก้าวสู่ผู้นำเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์ในระดับโลก (Global Leader in Encapsulation & Advanced Delivery System Innovation)

 

 

ล่าสุด MAS ประกาศศักยภาพความเชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมที่ก้าวข้ามจากระบบนำส่งสำหรับเครื่องสำอาง สู่เทคโนโลยีสำหรับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อบำรุงผิวพรรณและความงามจากภายในร่างกาย (Beauty-from-Within) อย่างเต็มรูปแบบ ในงาน “Vitafoods Asia 2026” มหกรรมแสดงสินค้าและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โภชนเภสัช และสารสกัดเพื่อสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–4 กันยายน 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดย MAS จัดทัพนวัตกรรมตอกย้ำการเป็น "ผู้นำเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์" (Advanced Encapsulation & Delivery System Innovation) ภายใต้แกนหลัก "Advanced Delivery System for the Future of Beauty, Health & Wellness" นวัตกรรมระบบนำส่งสารสำคัญสู่เซลล์เพื่อความงาม สุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีมีคุณภาพแห่งอนาคต

ดร.ศุภเกียรติ คำบุทอง​ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาลี แอพพลายด์ ไซเอ็นซ์ จำกัด หรือ ‘Malee Applied Sciences (MAS) กล่าวว่า ภายในงาน Vitafoods Asia 2026 ครั้งนี้ MAS โชว์ศักยภาพหัวใจสำคัญ LIPOPLEX DUALSPHERE® Technology หรือนวัตกรรมระบบห่อหุ้มและนำส่งสารสำคัญที่ MAS พัฒนาขึ้น เพื่อช่วยปกป้องสารสำคัญ เพิ่มความคงตัว และออกแบบการปลดปล่อยอย่างเหมาะสม โดยสามารถพัฒนาวิตามินและสารออกฤทธิ์ในรูปแบบ Liposome เช่น Liposomal Vitamin C และ Liposomal Glutathione ที่มีอนุภาคขนาดระดับนาโน ซึ่งผลการทดสอบของระบบนำส่งสามารถนำส่งสารสำคัญเข้าสู่เซลล์ เพิ่มการดูดซึมของสารสำคัญได้มากกว่า 10 เท่า ซึ่งสะท้อนแนวคิดของ MAS ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการค้นหาสารสำคัญ แต่ต้องการเพิ่มศักยภาพของสารเหล่านั้นผ่าน Delivery System Innovation โดยมีนวัตกรรม 4 ไฮไลต์ ที่พร้อมต่อยอดเชิงพาณิชย์ ดังนี้

UVABlox® นวัตกรรมความงามจากภายใน (Beauty-from-Within) ที่ผสานผล Maqui Berry, Red Orange และวิตามินซีชนิดลิโพโซม เพื่อช่วยปกป้องผิวจากภาวะเครียดออกซิเดชันที่เกิดจากรังสียูวี (UV-induced oxidative stress) และดูแลผิวพรรณจากภายในร่างกาย สร้างผิวแข็งแรงไม่คล้ำดำง่าย พิสูจน์จริงด้วยผลงานวิจัยในมนุษย์

PHEONIQUE® นวัตกรรม White Tomato ที่อุดมด้วย Phytoene และ Phytofluene มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ส่วน Liposomal Glutathione ช่วยเพิ่มการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายให้ดีขึ้น เพื่อผิวขาว สว่าง กระจ่างใสและผิวสุขภาพดี จากผลงานวิจัยทางคลินิกพบผิวสว่างกระจ่างขึ้นภายใน 14 วัน

POMECAP® นวัตกรรมจากผลทับทิม (Pomegranate) ผสาน Liposomal Vitamin C มุ่งตอบโจทย์การชะลอวัย (Anti-aging) ผิวเรียบเนียน (skin smoothness) และการชะลอวัยอย่างมีสุขภาพดี (Healthy Aging)

SUGALOC® นวัตกรรมสุขภาพควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระบบเผาผลาญ (Metabolic Health) ที่นำระบบนำส่งสารสำคัญมาประยุกต์ใช้ เพื่อสนับสนุนการดูแลสมดุลน้ำตาลและกลไกที่เกี่ยวข้องกับ GLP-1 จากผลวิจัยทางคลินิกในมนุษย์กับกลุ่มอาสาสมัครคนไทย พบว่ากลุ่มอาสาสมัครสามารถลดระดับน้ำตาลได้สูงสุด 38%

การขับเคลื่อนนวัตกรรมในเวที “Vitafoods Asia 2026” สะท้อนศักยภาพของ MAS ที่นำ Technology Platform เดียวมาต่อยอดเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ตั้งแต่ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ออกแบบมาเพื่อบำรุงผิว ผม เล็บ ความงามที่เริ่มจากการดูแลสุขภาพภายใน (Beauty-from-Within) และการชะลอวัยแบบมีสุขภาพดี เน้นคุณภาพชีวิตในวัยที่มากขึ้น (Healthy Aging) สุขภาพของระบบเผาผลาญในร่างกาย (Metabolic Health) รวมไปถึงสุขภาพความงามแบบองค์รวมของร่างกาย (Holistic wellbeing and beauty) ซึ่งเป็นกลุ่มตลาดสำคัญของ Health & Wellness ในอนาคต โดยภายในบูธ MAS เปิดกิจกรรม Business Matching ซึ่งในได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ประกอบการทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างคึกคัก ทั้งจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) ทั้งเจ้าของแบรนด์ ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การรับจ้างผลิต (OEM) รวมทั้งผู้ที่ต้องการต่อยอดสู่โมเดลการพัฒนาร่วมกัน (ODM) อาทิ ระบบนำส่งที่ออกแบบเฉพาะสูตรหรือแบรนด์ ที่ช่วยสร้างความแตกต่างให้กับลูกค้า

ดร.ศุภเกียรติ กล่าวว่า MAS กำลังปรับเปลี่ยนจากช่วงการพัฒนาเทคโนโลยีไปสู่ช่วงการเร่งนำสินค้าสู่เชิงพาณิชย์ โดยนำแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ที่ได้ทำจากการวิจัยและวางรากฐานมาต่อยอดพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างรวดเร็ว ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจความงามและเวชสำอาง (Beauty & Cosmeceutical) มีผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ 12 รายการ ครอบคลุมนวัตกรรมในด้านต่างๆ อาทิ การทำให้ผิวกระจ่างใส (Skin Brightening) การชะลอวัยและการยืดอายุผิว (Anti-aging & Longevity) และสารสกัดชีวภาพจากผลผลิตเกษตรหมุนเวียน (Upcycled Bioactive Ingredients) และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในงาน in-cosmetics Asia 2026 ช่วงปลายปี และต่อเนื่องถึงปี 2570 รวมอีกประมาณ 8 ผลิตภัณฑ์

โอกาสการเติบโตของ MAS รับกับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและความงามยังเปิดกว้างอีกมาก ข้อมูลจากระดับโลก คาดการณ์ตลาดความงามเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี แตะ 590,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 โดย Southeast Asia เป็นภูมิภาคที่เติบโตโดดเด่น ส่วนตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารทั่วโลกจะขยายจาก 228,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569 เป็น 431,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2576 เติบโตเฉลี่ย 9.5% โดยเอเชียแปซิฟิกเติบโตเร็วที่สุด (อ้างอิงข้อมูล McKinsey) ขณะที่ตลาดประเทศไทย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารมีมูลค่าราว 3,037 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2569 และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 5,764 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2576 เติบโตเฉลี่ย 9.6% สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคไทยถึง 40% รับประทานวิตามินหรืออาหารเสริมเป็นประจำสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 30% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อผิว ผม เล็บ มีสัดส่วนถึง 19.6% ของตลาดอาหารเสริมไทยในปี 2568 สะท้อนการเติบโตของแนวคิด Beauty-from-Within อย่างชัดเจน

“การเข้าร่วม Vitafoods Asia 2026 เป็นเวทีที่โชว์นวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการต่างประเทศ ได้เห็นศักยภาพของเทคโนโลยีไทยที่พัฒนาขึ้นเอง MAS มุ่งจะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามไทยจาก “ทรัพยากรท้องถิ่นไทย” ร่วม “นวัตกรรมระดับโลก” โดยเป็นกลไกสำคัญในการผลักดัน T-Beauty จากทรัพยากรท้องถิ่นไทยสู่นวัตกรรมระดับโลก ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรไทย (upcycle natural materials) มาเป็นสารออกฤทธิ์ชีวภาพมูลค่าสูง ยกระดับด้วยเทคโนโลยีการห่อหุ้มและระบบนำส่งขั้นสูงที่พิสูจน์ด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ขณะเดียวกันมุ่งสร้างระบบนิเวศความงามที่มีหลักฐานรองรับร่วมกับนักวิจัย การพัฒนาสินค้านวัตกรรมผ่าน OEM/ODM และแบรนด์ความงาม พร้อมผลักดันการใช้สารสำคัญในปริมาณที่ให้ผลตามงานวิจัยทางคลินิก เพื่อสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือใหม่ให้ T-Beauty เป้าหมายคือยกระดับจาก “ผู้ผลิตและวัตถุดิบในประเทศไทยสู่สินค้ามาตรฐานโลก” พิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ เชื่อถือได้ และร่วมขับเคลื่อนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางความงาม สุขภาวะ และการแพทย์ของเอเชีย” ดร.ศุภเกียรติ กล่าว