Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน --- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ***  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

เซ็นทรัล รีเทล ยกระดับทักษะ “สร้างคนให้ทันโลก” ปั้นกำลังแห่งอนาคต

เซ็นทรัล รีเทล ยกระดับทักษะ “สร้างคนให้ทันโลก” ปั้นกำลังแห่งอนาคต
49
เขียนโดย intrend online 2026-10-07

กรุงเทพฯ 7 ตุลาคม 2569 – นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “สำหรับเซ็นทรัล รีเทล นวัตกรรมจะสร้างผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริง เมื่อคนมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกับมัน ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาคนจึงเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของธุรกิจ เราจึงมุ่งเสริมสร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทักษะการใช้เทคโนโลยี และทักษะการบริการ เพราะในธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง Human Touch ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่เทคโนโลยีไม่อาจทดแทนได้ และด้วยเครือข่ายธุรกิจที่หลากหลายของเซ็นทรัล รีเทล ซึ่งครอบคลุมทั่วประเทศไทยและขยายไปถึงเวียดนาม เราจึงมีโอกาสสร้างงานและเปิดพื้นที่ให้บุคลากรได้เรียนรู้ทักษะที่หลากหลาย พร้อมเติบโตไปกับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด CRC Care ด้าน Care for the People เรามุ่งหวังให้การพัฒนาบุคลากรของเซ็นทรัล รีเทล มีส่วนช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

 


นางปัญชลีย์ วีระธรรมวัชร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานทรัพยากรบุคคล บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า “เซ็นทรัล รีเทล ให้คุณค่ากับทุกสายงานในฐานะ ‘ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน’ หรือ Specialist ที่มีความถนัดเฉพาะตัวและมีศักยภาพในการเติบโตบนเส้นทางของตนเอง ด้วยความเชื่อมั่นว่าเมื่อคนทำงานมีความภูมิใจในสิ่งที่ทำ พวกเขาจะสามารถถ่ายทอดศักยภาพออกมาได้อย่างเต็มที่ และส่งต่อความตั้งใจนั้นไปสู่ลูกค้าผ่านประสบการณ์ที่ดีได้ในทุก ๆ วัน

วันนี้ ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งมีความซับซ้อน แข่งขันสูง และเปลี่ยนแปลงรวดเร็วขึ้นตามเทคโนโลยี นวัตกรรม และพฤติกรรมผู้บริโภค โจทย์สำคัญของตลาดงานจึงไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนแรงงานที่ล้นตลาดหรือขาดแคลน แต่คือการเติมเต็มทักษะของคนทำงานให้ก้าวทันโลกธุรกิจ ด้วยเหตุนี้เซ็นทรัล รีเทล จึงเร่งเครื่องกลยุทธ์ปั้น Specialist รุ่นใหม่ พร้อมสานต่อโครงการยกระดับบุคลากรทั้งในและนอกองค์กรมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น โครงการทุนทวิภาคีเซ็นทรัล หรือการต่อยอดความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อเชื่อมโยงการเรียนรู้เข้ากับทักษะที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานจริง ช่วยวางเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนให้ผู้เรียน และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้เติบโตทั้งในสายงานเดิม และต่อยอดข้ามสายงานในกลุ่มเซ็นทรัลได้อย่างครอบคลุม โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือการวางโครงสร้างที่ผลักดันให้ทุกคนมีทั้ง ‘ทักษะ โอกาส และทางเลือก’ ที่พร้อมต่อยอดไปสู่เส้นทางอาชีพที่หลากหลายตามความสนใจของตนเองได้จริง”

ท่ามกลางบริบทของตลาดแรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องเร่งปรับตัวให้เท่าทันสถานการณ์ รวมถึงธุรกิจในอุตสาหกรรมค้าปลีก-ค้าส่งอย่างเซ็นทรัล รีเทล ที่ต้องยกระดับการพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องกับบริบทใหม่ พร้อมเร่งเติมเต็ม Skill Gap ตั้งแต่การปรับหลักสูตรและรูปแบบการฝึกอบรม ไปจนถึงแนวทางการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรให้ตอบโจทย์ทั้งทักษะที่ธุรกิจต้องการและความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ ในขณะเดียวกัน ภาครัฐและภาคการศึกษา ก็ถือเป็นอีกภาคส่วนสำคัญที่ต้องปรับตัว ทั้งในด้านนโยบายและหลักสูตรให้ก้าวทันโลกการทำงานจริง โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทรนด์อุตสาหกรรม และทักษะที่ตลาดต้องการ เข้ากับกระบวนการเรียนรู้ที่ทันสมัย เพื่อให้คนรุ่นใหม่ไม่ได้มีเพียงวุฒิการศึกษา แต่มีทักษะที่นำไปใช้ได้จริง มองเห็นโอกาสในการเติบโต และมีความพร้อมในการก้าวสู่เส้นทางอาชีพ

กลยุทธ์สำคัญของเซ็นทรัล รีเทล ในฐานะหนึ่งในองค์กรผู้จ้างงานขนาดใหญ่ของไทย คือการแก้โจทย์ตั้งแต่ต้นน้ำ ด้วยการสนับสนุนและเปิดโอกาสให้บุคลากรได้เข้ามาเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับการก้าวสู่โลกการทำงานจริง โดยหนึ่งในโครงการสำคัญที่ดำเนินงานมาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง คือ “โครงการทุนทวิภาคีเซ็นทรัล” ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ผ่านการลงมือทำในรูปแบบ Work-based Learning ควบคู่กับการได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากพี่เลี้ยงที่มีประสบการณ์ เพื่อนำไปต่อยอดสู่การเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงานของตนเอง ที่มีทั้งความรู้ ทักษะเฉพาะทาง ใบวัดมาตรฐานฝีมือแรงงานจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน และมาตรฐานวิชาชีพรองรับ ทั้งนี้ เพื่อให้การพัฒนาทักษะสามารถตอบโจทย์อีโคซิสเต็มค้าปลีก-ค้าส่งได้อย่างตรงจุด แต่ละหน่วยธุรกิจในเครือเซ็นทรัล รีเทล จึงมีส่วนร่วมในการออกแบบการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับทักษะที่จำเป็นและความต้องการเฉพาะของแต่ละสายงาน อาทิ การเรียนรู้ระบบงานภายในห้าง การบริการลูกค้า และการจัดการสต็อกสินค้าที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล; การบริหารจัดการอาหารสด เบเกอรี่ การจัดการร้านและทีมงานในธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ตที่ท็อปส์; การเรียนรู้ระบบคลังสินค้า โลจิสติกส์ การบริหารสินค้า และซัพพลายเชนที่ไทวัสดุ รวมถึงการยกระดับทักษะช่างซ่อมบำรุงวิชาชีพ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์และบริการหลังการขายที่ออโต้วัน เป็นต้น

แนวทางดังกล่าวไม่เพียงช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นเส้นทางอาชีพได้ชัดเจนยิ่งขึ้น แต่ยังเพิ่มโอกาสในการได้รับผลตอบแทนและความก้าวหน้าในสายอาชีพที่สูงกว่าเกณฑ์เริ่มต้นทั่วไป ปัจจุบัน โครงการได้ร่วมมือกับพันธมิตรด้านการศึกษาแล้วกว่า 350 สถาบัน สนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษารวมกว่า 330 ล้านบาท และผลิตบุคลากรคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานสะสมมากกว่า 11,000 คน โดยในจำนวนนี้ได้รับการบรรจุเป็นพนักงานประจำของบริษัทในเครือเซ็นทรัล รีเทล กว่า 5,000 คน ตลอดจนได้รับการโปรโมตสู่ระดับหัวหน้างานเกือบ 2,000 คน สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์การสร้าง Specialist รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดงานค้าปลีก-ค้าส่งได้อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ เซ็นทรัล รีเทล ยังต่อยอดความสำเร็จสู่ความร่วมมือกับโรงเรียนฝึกอาชีพและมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ในรูปแบบ University Partnership โดยนำโจทย์จากโลกธุรกิจจริงมาร่วมพัฒนาทักษะและประสบการณ์ของผู้เรียน อาทิ โครงการความร่วมมือทางด้านการศึกษาของ ท็อปส์ แคร์ ที่ร่วมมือกับ 5 มหาวิทยาลัยชั้นนำ เพื่อยกระดับการเรียนรู้ด้านวิชาชีพเภสัชกรรม และเปิดโอกาสให้นักศึกษาเภสัชศาสตร์ได้เข้ามาฝึกงานที่สาขาเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการทำงานจริง; โก โฮลเซลล์ ที่ร่วมมือกับคณะเทคโนโลยีการประมงและทรัพยากรทางน้ำ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ พัฒนาโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการผ่านกิจกรรม University Roadshow โดยส่งพนักงานระดับหัวหน้างาน และ GO Expert ลงพื้นที่ถ่ายทอดประสบการณ์จากภาคธุรกิจค้าส่งวัตถุดิบอาหาร พร้อมสอนทักษะภาคปฏิบัติ ตั้งแต่การทำความเข้าใจโครงสร้างของปลาแต่ละชนิด การใช้มีด แล่และตัดแต่งให้ตรงตามความต้องการใช้งาน ซึ่งเป็นทักษะเฉพาะที่สามารถนำไปต่อยอดในอุตสาหกรรมได้โดยตรง; ตลอดจนหลักสูตรช่างระยะสั้นของวีฟิกซ์ ร่วมกับโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร สำหรับปั้นช่างที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านงานติดตั้งและงานระบบปรับอากาศโดยเฉพาะ พร้อมก้าวเข้าสู่ตลาดงานหลังจบคอร์สได้ทันที

ด้าน ดร. อรพิน ดวงแก้ว ผู้อำนวยการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย กล่าวถึงความร่วมมือในโครงการทุนทวิภาคีว่า “ทางวิทยาลัยมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับเซ็นทรัล รีเทล ในการยกระดับทักษะวิชาชีพด้านค้าปลีกและบริการให้กับนักเรียนนักศึกษาแบบครบวงจร ผ่านโมเดล Operations Trainee Program ที่ทำร่วมกับทางท็อปส์ ซึ่งโครงการนี้ไม่เพียงมอบทุนสนับสนุนการศึกษา แต่ยังถ่ายทอดองค์ความรู้จากเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญให้ผู้เรียนโดยตรง ตลอดจนเปิดพื้นที่ศูนย์บริการให้ได้ลงมือปฏิบัติงานจริง โดยดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ผ่านกระบวนการทดสอบและประเมินผลรายเดือน มีพี่เลี้ยง ผู้จัดการสาขา และทีมงานคุณภาพทุกภาคส่วนที่เข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมโปรแกรมที่ช่วยบ่มเพาะทักษะความเป็นผู้นำเพื่อต่อยอดอาชีพสู่ระดับที่สูงขึ้นในอนาคต รวมถึงช่วยสร้างรายได้ระหว่างเรียนเพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย ทำให้ผู้เรียนสามารถมุ่งสู่เป้าหมายอาชีพที่ชัดเจนในสายงานค้าปลีกและบริการได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา

 


สำหรับเป้าหมายในอนาคต วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย มุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือกับเซ็นทรัล รีเทล และบริษัทในเครือ เพื่อดึงศักยภาพของผู้เรียนและต่อยอดให้เกิดเป็นทักษะที่ตอบโจทย์การทำงานจริง โดยนำข้อเสนอแนะจากภาคธุรกิจมาปรับปรุงหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่น เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และเติมเต็มทักษะที่จำเป็นให้พร้อมตั้งแต่ภาคการศึกษา ตลอดจนปูพื้นฐานความรู้ความเข้าใจให้ผู้เรียนสามารถเข้าสู่โลกการทำงานจริงได้อย่างรวดเร็ว และร่วมสร้างบุคลากรคุณภาพสู่อุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน”

ขณะที่ นายเดชาธร ดอนไชย ตำแหน่ง Department Manager - Cashier & Service พนักงานในโครงการทุนทวิภาคีเซ็นทรัล ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ว่า “จุดเริ่มต้นของการตัดสินใจเข้าร่วมโครงการทุนทวิภาคีเซ็นทรัล คือความตั้งใจที่จะเรียนรู้ภาคทฤษฎีควบคู่กับการลงมือปฏิบัติจริง ประกอบกับการมองเห็นโอกาสเติบโตในองค์กรที่มีความมั่นคงและมีอีโคซิสเต็มค้าปลีก-ค้าส่งขนาดใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับตั้งแต่ก้าวแรกของการฝึกปฏิบัติงาน สิ่งที่ได้รับคือโอกาสในการเรียนรู้ผ่านสถานการณ์จริงที่หลากหลาย ได้ฝึกสังเกต คิดวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาหน้างาน พร้อมรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด ทำให้เข้าใจการดำเนินธุรกิจในมิติต่าง ๆ ได้อย่างรอบด้าน ที่สำคัญคือการได้รับโอกาสบรรจุเป็นพนักงานประจำที่ ท็อปส์ ทันทีหลังจบการศึกษาและสามารถเติบโตร่วมกับเซ็นทรัล รีเทล มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาเกือบ 4 ปี จนดำรงตำแหน่ง Department Manager - Cashier & Service ที่ท็อปส์ ประชาอุทิศ ในปัจจุบัน ต้องขอขอบคุณโครงการฯ ที่เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการวาง Career Path และเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ พัฒนาตนเอง และเติบโตในสายงานค้าปลีก-ค้าส่งได้อย่างมั่นคง”

ทั้งนี้ การสร้างบุคลากรที่มีศักยภาพ ไม่ใช่เพียงการคัดเลือกคนที่พร้อมเข้ามาร่วมงานเท่านั้น แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะของคนในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกคนสามารถรับมือกับทุกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ เซ็นทรัล รีเทล จึงมุ่งสร้าง Learning Ecosystem ผ่าน Central Retail Academy เพื่อยกระดับบุคลากรภายในองค์กรทุกระดับ ทั้งสายปฏิบัติการ สายวิชาชีพ และผู้นำองค์กร ด้วยโปรแกรม Upskill & Reskill ที่เน้นพัฒนา Future Skills เพื่อให้ทุกคนพร้อมเติบโตไปกับโลกค้าปลีก-ค้าส่งยุคใหม่อย่างยั่งยืน อาทิ AI & Digital, Customer Centricity, Data-Driven Decision Making และ Leadership for Growth ควบคู่กับการพัฒนาทักษะเฉพาะทางผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ Fresh Food Academy ของ โก โฮลเซลล์ ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อเพิ่มทักษะช่างฝีมือตัดแต่งอาหารสด (Butcher & Fishery) โครงการ Business Mastery Program ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อพัฒนาทักษะการตัดสินใจในระดับผู้นำ ตลอดจนหลักสูตร People Manager Program และ Management Development Program เพื่อผลักดันให้บุคลากรสามารถเติบโตไปพร้อมกับองค์กรได้อย่างแข็งแกร่ง

ทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของเซ็นทรัล รีเทล ในการพัฒนา ‘คน’ ให้ทันโลก ผ่านการสร้างโอกาสทางการศึกษา การจ้างงาน และการยกระดับทักษะ พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้และความต้องการของตลาดแรงงานเข้ากับภาคการศึกษา เพื่อร่วมสร้าง Future-Ready Workforce ที่มีทักษะตอบโจทย์อุตสาหกรรม และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ ‘Retail and Wholesale for All’