Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

New Era เปิดเกมรุกตลาดแฟชั่นกีฬาและไลฟ์สไตล์ ชู Collaboration เป็น Growth Strateg

New Era เปิดเกมรุกตลาดแฟชั่นกีฬาและไลฟ์สไตล์ ชู Collaboration เป็น Growth Strateg
42
เขียนโดย intrend online 2026-09-03

New Era วางไทยตลาดยุทธศาสตร์เอเชียแปซิฟิก หลังธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง 10 ปี 

เปิดเกมรุกตลาดแฟชั่นกีฬาและไลฟ์สไตล์ ชู Collaboration เป็น Growth Strategy เชื่อมกีฬา–แฟชั่น–คอมมูนิตี้ พร้อมใช้ Atlassian Williams F1 Team ขยายฐานนิวเจนและแฟนมอเตอร์สปอร์ต

· เปิดตัว "CROWN THE DECADE – 10th Anniversary of New Era Thailand" พร้อมบิ๊กคอลแลบ New Era × Atlassian Williams F1 Team และหมวกพิเศษ Alex Albon เชื่อม F1 Fandom เข้ากับ Streetwear และโลกแฟชั่น

· ฉายภาพธุรกิจ New Era Thailand เติบโตต่อเนื่องตลอด 10 ปี ขยายจากสาขาแรกสู่เครือข่าย 30 สาขาทั่วประเทศ วาง Collaboration–Concept Store–Omnichannel เป็นกลไกขยายจาก Headwear Brand สู่ Sports Lifestyle Brand

· ปี 2025 New Era ยังเติบโตอย่างยั่งยืน ครอบคลุมกว่า 80 ประเทศทั่วโลก เครือข่ายร้านกว่า 1,000 สาขา ด้านประเทศไทยยังสามารถคงความเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

กรุงเทพฯ 3 กันยายน 2569 – New Era Thailand ฉลองการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยครบ 10 ปี พร้อมตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หลังรักษาการเติบโตอย่างต่อเนื่องและขยายเครือข่ายจากสาขาแรกสู่ 30 สาขาทั่วประเทศ เดินหน้าเปิดเกมรุกตลาดแฟชั่นกีฬาและไลฟ์สไตล์ในทศวรรษใหม่ ผ่าน 3 กลไกสำคัญ ได้แก่ การสร้างความร่วมมือกับแบรนด์และลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก การพัฒนาร้านรูปแบบใหม่ที่เน้นประสบการณ์เฉพาะบุคคล และการเชื่อมต่อช่องทางหน้าร้านกับออนไลน์ พร้อมประเดิมเปิดตัวความร่วมมือ New Era × Atlassian Williams F1 Team และหมวกพิเศษ Alex Albon เพื่อขยายฐานจากคนรักหมวกและแฟนกีฬาไปสู่ผู้บริโภค Streetwear แฟชั่น และแฟน F1 รุ่นใหม่ ภายในงาน "CROWN THE DECADE – 10th Anniversary of New Era Thailand" ระหว่างวันที่ 1–6 กันยายน 2569 ณ ลานเอเทรียม 2 ชั้น G ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์
 

 

นายแดเนียล โบรเดอร์ริค กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก New Era (Daniel Broderick, Managing Director APAC, New Era) เปิดเผยว่า จากภาพรวมอุตสาหกรรมแฟชั่นโลก เครื่องแต่งกายและไอเทมกีฬา หรือ Sportswear ยังคงเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพการเติบโตสูง โดย Euromonitor International ระบุว่า ในปี 2025 สินค้าเสื้อผ้าและรองเท้าที่จำหน่ายทั่วโลกมากกว่า 1 ใน 5 ชิ้นเป็นสินค้า Sportswear และคาดว่าตลาด Sportswear ทั่วโลกจะเติบโตเฉลี่ยเกือบ 5% ต่อปีในช่วง 2025–2030 จนมีมูลค่ามากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด จากกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของฐานผู้บริโภคที่มีความสนใจด้านกีฬา สุขภาพ และการใช้ชีวิตแบบแอ็กทีฟสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางโอกาสดังกล่าว ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของ New Era ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากความแข็งแกร่งของวัฒนธรรม Streetwear การเติบโตของคอมมูนิตี้กีฬาและ Pop Culture ตลอดจนผู้บริโภครุ่นใหม่ที่เปิดรับ Global Trend และให้ความสำคัญกับสินค้าที่สามารถสะท้อนความชื่นชอบและตัวตนเฉพาะบุคคลได้อย่างชัดเจน โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตลาดประเทศไทยไม่เพียงสามารถขยายฐานจากกลุ่มคนรักหมวกและแฟนกีฬาไปสู่ผู้บริโภคแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการนำ Global Sports มาต่อยอดผ่านสินค้า Collaboration ประสบการณ์ค้าปลีก และกิจกรรมที่ออกแบบให้เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งจะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ New Era ใช้ขับเคลื่อนการเติบโตในทศวรรษต่อไป

ทั้งนี้ New Era ยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตในตลาดโลกอย่างแข็งแกร่ง โดยปัจจุบันมีรายได้มากกว่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ดำเนินธุรกิจครอบคลุมกว่า 80 ประเทศทั่วโลก และมีเครือข่ายร้าน New Era มากกว่า 1,000 สาขา

"นับตั้งแต่ New Era ได้เริ่มขึ้นในปี 1920 จุดแข็งของแบรนด์คือการเติบโตไปพร้อมกับวัฒนธรรม โดยไม่ทิ้งรากฐานจากโลกกีฬา วันนี้เราเห็นโอกาสในการต่อยอดแบรนด์ New Era ไปสู่พื้นที่ใหม่ที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะโลกมอเตอร์สปอร์ต Formula 1 ซึ่งเป็นหมุดหมายใหม่สำคัญที่สุดในฐานะ Official Teamwear ที่ดูแลการออกแบบเครื่องแต่งกายของทีม Atlassian Williams F1 Team อย่างครบวงจร ความร่วมมือนี้ไม่เพียงเปิดโอกาสให้ New Era เชื่อมต่อกับคอมมูนิตี้แฟน F1 ทั่วโลก แต่ยังตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคเลือกไอเทมจากสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ" นายแดเนียล กล่าวเสริม
 

 

นายวิจักษ์ สิริสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก สปอร์ตแวร์จํากัด ตัวแทนจำหน่ายแบรนด์ New Era ในประเทศไทย กล่าวว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา New Era Thailand สามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเป็นตัวเลขสองหลัก และยังสามารถรักษาการเติบโตได้ในปีล่าสุด เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ สามารถขยายเครือข่ายจาก New Era Store สาขาแรก ณ ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ สู่ 30 สาขาทั่วประเทศในปัจจุบัน ทำให้ New Era เป็นแบรนด์เรือธงที่สร้างรายได้ประมาณ 90% ของรายได้รวมของบริษัท สะท้อนทั้งความแข็งแกร่งของแบรนด์และศักยภาพการเติบโตของตลาด Headwear และ Sports Lifestyle ในประเทศไทย

การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงของฐานผู้บริโภค จากช่วงแรกที่ New Era เป็นที่รู้จักในกลุ่มคนรักหมวกและแฟนกีฬาเป็นหลัก สู่การขยายฐานไปยังกลุ่มผู้บริโภค Streetwear แฟชั่น ดนตรี ศิลปะ และไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้เลือกสินค้าเพียงจากฟังก์ชันใช้สอย แต่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ เรื่องราวของแบรนด์ และความสามารถของสินค้าในการสะท้อนความชื่นชอบและตัวตน ขณะเดียวกัน การเติบโตของคอมมูนิตี้กีฬาและ Pop Culture รวมถึงความนิยมในสินค้า Collaboration และ Limited Edition ยังช่วยขยายบทบาทของหมวกจากอุปกรณ์กีฬาไปสู่ไอเทมแฟชั่นที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน


 

"ตลาดประเทศไทยมีจุดแข็งจากผู้บริโภคที่เปิดรับเทรนด์ระดับโลกอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ให้คุณค่ากับสินค้าและประสบการณ์ที่สามารถเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมและความสนใจเฉพาะกลุ่มได้ สิ่งนี้ทำให้ New Era สามารถขยายจากฐานคนรักหมวกและแฟนกีฬาไปสู่ตลาดแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่กว้างขึ้น โดยตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราไม่ได้เติบโตเพียงในแง่ยอดขายหรือจำนวนสาขา แต่เติบโตในแง่บทบาทของแบรนด์ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการแต่งตัว การแสดงออกถึงตัวตน และวัฒนธรรมร่วมสมัยของผู้บริโภคไทยมากขึ้น"

สำหรับทศวรรษต่อไป บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจ New Era Thailand ให้เติบโต 30% ภายในปี 2575 พร้อมเดินหน้าจากความแข็งแกร่งในฐานะแบรนด์หมวกระดับโลก สู่การเป็น Sports Lifestyle Brand ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างและหลากหลายยิ่งขึ้น ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและ Collaboration เพื่อเชื่อมโยงกับกีฬา แฟชั่น และวัฒนธรรมที่กำลังได้รับความสนใจ การยกระดับช่องทางค้าปลีกสู่ Concept Store ที่มอบประสบการณ์เฉพาะบุคคลและสร้างการมีส่วนร่วมกับคอมมูนิตี้ ตลอดจนการเชื่อมต่อช่องทางหน้าร้านและออนไลน์เพื่อรองรับพฤติกรรมการซื้อที่เปลี่ยนแปลงไป

ในด้านการขยายเครือข่าย บริษัทเตรียมเปิด New Era Store เพิ่มอีก 30 สาขาภายในปี 2570 โดยให้ความสำคัญกับทำเลศักยภาพทั้งในกรุงเทพฯ เมืองท่องเที่ยว และหัวเมืองเศรษฐกิจ พร้อมต่อยอดรูปแบบ Concept Store หลังเปิดสาขา One Bangkok ซึ่งเป็นสาขาที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นสาขาเดียวในประเทศไทยที่ให้บริการ Customization ทั้งการปักตัวอักษรและติด Patch เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ค้าปลีกจากจุดจำหน่ายสินค้าไปสู่พื้นที่ที่ผู้บริโภคสามารถออกแบบประสบการณ์และสร้างไอเทมที่สะท้อนตัวตนของตนเองได้ โดยยังเป็นสาขาที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

นายวิจักษ์ สิริสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก สปอร์ตแวร์จํากัด กล่าวว่า หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะผลักดัน New Era Thailand สู่การเป็น Sports Lifestyle Brand คือการใช้ Collaboration เป็นเครื่องมือสร้างการเติบโต โดยไม่ได้มุ่งเพียงพัฒนาสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ แต่เป็นการนำลิขสิทธิ์กีฬาระดับโลก (Global Sports IP) ที่มีฐานแฟนแข็งแกร่งมาเชื่อมต่อกับแฟชั่น วัฒนธรรม และคอมมูนิตี้ เพื่อพาแบรนด์เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ พร้อมเปลี่ยนความชื่นชอบที่มีต่อทีมกีฬา นักกีฬา หรือการแข่งขัน ให้ต่อยอดเป็นความผูกพันกับแบรนด์และโอกาสทางการตลาดในระยะยาว
 

 

ทั้งนี้ Formula 1 ถือเป็นหนึ่งใน Sports IP ที่มีศักยภาพสูง จากฐานแฟนทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ติดตาม F1 ในฐานะการแข่งขันกีฬาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเชื่อมโยงกับเทคโนโลยี ความเร็ว แฟชั่น และวัฒนธรรมร่วมสมัย ความร่วมมือ New Era × Atlassian Williams F1 Team จึงเป็นก้าวสำคัญที่ทำให้ New Era สามารถนำความแข็งแกร่งจากโลกมอเตอร์สปอร์ตมาต่อยอดสู่ Sports Lifestyle ผ่านการเปลี่ยน Teamwear ที่ออกแบบสำหรับทีมแข่งและนักกีฬา ให้กลายเป็น Everyday Wear ที่แฟนกีฬาและผู้บริโภคทั่วไปสามารถนำไปสวมใส่และสะท้อนตัวตนได้ในชีวิตประจำวัน

"ความร่วมมือ New Era × Atlassian Williams F1 Team จะถูกถ่ายทอดเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน CROWN THE DECADE โดยเฉพาะการเปิดตัวหมวก New Era × Atlassian Williams F1 Team ที่ออกแบบขึ้นเพื่อเชื่อมเรื่องราวของ Alex Albon นักแข่งรถ F1 จาก Atlassian Williams F1 Team กับแฟนชาวไทย ผ่านรายละเอียดที่นำวัฒนธรรมไทยมาผสมผสานกับ Motorsport ตั้งแต่ลวดลายบนตัวหมวกที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ‘พวงมาลัย’ ซึ่งสื่อถึงคำอวยพรให้เดินทางอย่างปลอดภัยและประสบความสำเร็จ การปักชื่อ ‘อเล็กซ์’ เป็นภาษาไทยบริเวณด้านข้าง ไปจนถึงหมายเลขประจำตัว 23 ที่ซ่อนตัวเลขไทย ‘๒๓’ ไว้ภายใน สะท้อนการตีความผ่านรายละเอียดที่เชื่อมโยงกับประเทศไทยโดยเฉพาะ"

นอกจากคอลเลกชันดังกล่าว ภายในงานยังเปิดพื้นที่ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสโลกของ New Era และมอเตอร์สปอร์ต ผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งการจัดแสดงรถโชว์จากทีม Williams การทดลองขับ F1 Simulator นิทรรศการ 10-Year Collaboration Gallery ที่รวบรวมเรื่องราวและหมุดหมายสำคัญของความร่วมมือตลอดหนึ่งทศวรรษ รวมถึง New Era DIY Custom Station เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานออกแบบและปรับแต่งไอเทม New Era ในสไตล์ของตัวเอง พร้อมด้วยแขกรับเชิญพิเศษ “นาย – ณภัทร เสียงสมบุญ” ที่มาร่วมถ่ายทอดอีกมิติของ Sport Fashion มาปรับใช้กับแฟชั่นในชีวิตประจำวัน เพื่อเติมเต็มการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีและมอบประสบการณ์แบรนด์ New Era ที่เชื่อมแฟชั่น Streetwear และกลิ่นอายของ F1 เข้าด้วยกันอย่างมีสไตล์

งาน "CROWN THE DECADE – 10th Anniversary of New Era Thailand" จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-6 กันยายน 2569 ณ ลานเอเทรียม 2 ชั้น G ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ร่วมสัมผัสตำนานบทใหม่ของ New Era พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมไฮไลต์ในบรรยากาศ F1 สามารถติดตามข้อมูล New Era Thailand ได้ทาง Facebook: New Era Thailand และเว็บไซต์ https://neweracap.co.th/