Breaking News

SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

BEAUTRIUM จัดใหญ่ "Asian Beauty Fest 2026" ดึงกว่า 30 แบรนด์เอเชียรุกตลาดปี 69

BEAUTRIUM จัดใหญ่
1
เขียนโดย intrend online 2026-06-24

จับตา Asian Beauty ขึ้นแท่นผู้นำตลาดเทรนด์บิวตี้โลก! BEAUTRIUM จัดงานใหญ่ "Asian Beauty Fest 2026" ดึงกว่า 30 แบรนด์เอเชียรุกตลาดปี 69 รับตลาดเครื่องสำอางไทยทะยาน แตะ 2 แสนล้านบาท โต 12.3% เปิด 4 ผู้เล่นใหญ่ “เกาหลีใต้-จีน-ญี่ปุ่น-ไทย” กระแสตอบรับแรงจากทั่วโลก ตอกย้ำปรากฏการณ์ “Asia Rising”

กรุงเทพฯ 24 มิถุนายน 2569 - บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด (BEAUTRIUM) หนึ่งในผู้นำธุรกิจค้าปลีกเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ความงามของไทย เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการบิวตี้เมืองไทย ล่าสุดจัดงาน "BEAUTRIUM Asian Beauty Fest 2026" รวบรวมแบรนด์ความงามชั้นนำและแบรนด์ดาวรุ่งจากเอเชียกว่า 30 แบรนด์ จากประเทศไทย เกาหลีใต้ จีน และญี่ปุ่น ตอกย้ำบทบาทของ BEAUTRIUM ในฐานะผู้นำธุรกิจค้าปลีกความงามแนวหน้าที่เล็งเห็นการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของวงการ Asian Beauty พร้อมนำเสนอแบรนด์เอเชียชั้นนำ ทั้งแบรนด์ยอดนิยม แบรนด์ที่กำลังเป็นกระแส และแบรนด์น้องใหม่ให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เลือกซื้อก่อนใคร ในจังหวะที่ตลาด Beauty & Personal Care ของไทยยังเติบโตต่อเนื่อง

 


งาน BEAUTRIUM Asian Beauty Fest 2026 สะท้อนบทบาทที่เพิ่มขึ้นของแบรนด์เอเชียในฐานะหนึ่งในพลังสำคัญที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมความงามโลก ด้วยแรงหนุนจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง ทั้งในกลุ่มสกินแคร์ เมคอัพ กันแดด และบอดี้แคร์ ทั้ง K-Beauty (เกาหลีใต้), J-Beauty (ญี่ปุ่น), C-Beauty (จีน) และ T-Beauty (ไทย) ได้เข้ามามีบทบาทต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในตลาดโลกไม่ได้จำกัดอยู่ที่ราคา แต่ขยายไปสู่คุณภาพสินค้า นวัตกรรม ส่วนผสมที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง และความสามารถในการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่สามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคได้ในระดับสากล โดย BEAUTRIUM เผยว่าหลายปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคทั่วโลกเปิดใจรับแบรนด์ใหม่จากเอเชียมากขึ้น โดยเฉพาะแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ชัดเจน มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และให้ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับคุณภาพ ส่งผลให้ Asian Beauty ก้าวขึ้นจากการเป็นเพียงเทรนด์ภูมิภาค สู่การเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมความงามโลก และเป็นหมวดหมู่ที่ยังมีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต

ข้อมูลจาก Krungthai COMPASS ระบุว่า ปัจจุบันตลาดเครื่องสำอางในภาพรวมของไทย ทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก มีมูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท และประเมินว่าภาพรวมตลาดในปี 2568-2569 มีโอกาสขยายตัวต่อเนื่องตามการเติบโตของทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก โดยคาดว่าจะมีมูลค่าแตะระดับประมาณ 1.8 แสนล้านบาทในปี 2568 และ 2 แสนล้านบาทในปี 2569 หรือเติบโต 13.2% และ 12.3% ตามลำดับ ทั้งยังระบุว่าตลาดเครื่องสำอางในประเทศมีสัดส่วนราว 78% ของตลาดรวม คาดว่าจะมีมูลค่าราว 1.4 แสนล้านบาทในปี 2568 และ 1.6 แสนล้านบาทในปี 2569 สะท้อนว่าความต้องการด้านความงามภายในประเทศยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรม
 
จับตาบทบาท “Global Trendsetter” ของตลาดบิวตี้เอเชีย

นอกจากนี้ BEAUTRIUM ยังเผยว่าในปี 2569 วงการบิวตี้เอเชียไม่ได้รอเทรนด์ใหม่ ๆ จากโลกตะวันตกอีกต่อไป แต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดเทรนด์และผู้สร้างปรากฏการณ์ความงามใหม่ ๆ ที่เป็นกระแสไปทั่วโลก สอดรับกับปรากฏการณ์ “Asia Rising” ที่เทรนด์จากเอเชียเริ่มมีอิทธิพลต่อตลาดโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยแต่ละชาติมีจุดเด่น เทรนด์ และนวัตกรรมเฉพาะตัว ทั้ง T-Beauty, C-Beauty, K-Beauty และ J-Beauty ที่ต่างผลัดกันสร้างมาตรฐานและนิยามความงามใหม่ให้ผู้บริโภคทั่วโลก โดย BEAUTRIUM วางบทบาทของตนในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านความงามที่นำอิทธิพลของทุกชาติมารวมไว้ในที่เดียว เพื่อให้ผู้บริโภคไทยเข้าถึงเทรนด์ความงามที่ดีที่สุดของเอเชียได้ครบทุกมิติ

นายอติโรจน์ โรจน์รัตนวลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท บิวเทรี่ยม จำกัด กล่าวว่า "การเติบโตของตลาดความงามไทยไม่ได้เกิดจากกำลังซื้อเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่มอง 'ความงาม' เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และการแสดงตัวตน ทุกวันนี้ผู้บริโภคไทยทดลองแบรนด์ใหม่เร็วขึ้น เปิดรับผลิตภัณฑ์จากหลายประเทศมากขึ้น และตัดสินใจซื้อจากทั้งคุณภาพสินค้า รีวิวบนโซเชียลมีเดีย ประสบการณ์หน้าร้าน ความคุ้มค่า และความน่าเชื่อถือของช่องทางจำหน่าย สิ่งนี้ทำให้ร้านค้าปลีกความงามต้องทำหน้าที่มากกว่าการเป็นจุดขาย แต่ต้องเป็นผู้คัดสรรเทรนด์ เป็นพื้นที่ให้ทดลองสินค้า และเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค"

ปัจจุบัน BEAUTRIUM มีสาขารวม 106 แห่งทั่วประเทศ และมีสัดส่วนแบรนด์ภายในร้านที่สะท้อนการเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจด้านความงามแบบเอเชียอย่างชัดเจน แบ่งเป็นแบรนด์ไทย 45% และแบรนด์จากต่างประเทศ 55% นำทัพโดยแบรนด์เกาหลี     แบรนด์ญี่ปุ่นและแบรนด์จีน ขณะที่แบรนด์ไทยภายในร้านครอบคลุมหลายหมวดหมู่สำคัญ ทั้งสกินแคร์ บอดี้แคร์ เมคอัพ ซันแคร์และกลุ่มสินค้าอื่น ๆ สะท้อนศักยภาพของ T-Beauty ที่ยังมีพื้นที่เติบโตควบคู่ไปกับแบรนด์นำเข้า

นายอติโรจน์ โรจน์รัตนวลี เล่าถึงจุดแข็งสำคัญของ BEAUTRIUM ว่า “BEAUTRIUM มีศักยภาพในการคัดสรรแบรนด์และนำเข้าสินค้าใหม่ได้อย่างรวดเร็วก่อนใคร พร้อมนำเสนอความหลากหลายของเทรนด์ความงามจากทั่วเอเชียให้แก่ผู้บริโภคไทยอย่างครบวงจร โดย Asian Beauty ในปัจจุบันขับเคลื่อนตลาดผ่าน 4 แกนสำคัญ ได้แก่ เทรนด์ความงาม (Trends), นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Innovation), ฟังก์ชันการใช้งานใหม่ (New Function) และส่วนผสม (Ingredients) อาทิ เทรนด์การแต่งหน้าของผู้บริโภคในปัจจุบันส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจาก C-Beauty อย่างดอลลี่อายในลุคโต่วอิน ขณะที่ด้านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ (Innovation) จากประเทศจีนมีผลิตภัณฑ์ไวรัลอย่างมาสคาร่าแท่งเหล็กและขนตาปลอมจับช่อที่เข้ามาสร้างประสบการณ์ใหม่และได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภค

ส่วน K-Beauty ยังคงเป็นผู้นำในการพัฒนาสินค้าด้านฟังก์ชันการใช้งานใหม่ (New Function) ที่พลิกโฉมประสบการณ์การใช้งาน ให้กับผู้บริโภคผ่านผลิตภัณฑ์อย่าง Toner Pad, Cleansing Balm, Hair Mist และ Serum Mist ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการดูแลผมและผิวขณะเดียวกันส่วนผสม (Active Ingredients) มาแรงอย่าง PDRN และ Microbiome จากเกาหลีใต้ที่เติบโตถึง 580% ได้กลายมาเป็นหนึ่งในส่วนสำคัญที่ขับเคลื่อนวงการสกินแคร์และตลาดความงามไทยในปัจจุบันอย่างรวดเร็ว”

ในปี 2569 BEAUTRIUM เดินหน้ากลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินค้าใน 106 สาขาทั่วไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีฐานลูกค้ากว้างและต้องการตัวเลือกเครื่องสำอางที่หลากหลายมากขึ้น  ขณะเดียวกันฐานสมาชิกของ BEAUTRIUM ในปีที่ผ่านมาเติบโตขึ้น 18% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนการเติบโตของฐานลูกค้าประจำ และพลังของระบบสมาชิกในการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค
 
นอกจากนี้ BEAUTRIUM ยังตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้นำด้าน Asian Beauty ด้วยการนำแบรนด์ดาวรุ่งจากทั่วเอเชียมาเปิดตัวสู่ผู้บริโภคชาวไทยเป็นที่แรก ผ่านกลยุทธ์ “First at BEAUTRIUM” ที่มุ่งคัดสรรแบรนด์และผลิตภัณฑ์ใหม่จากทั่วเอเชียให้ผู้บริโภคชาวไทยได้ค้นพบก่อนใคร อย่าง ABIB, AMUSE, BITCHWITHBRAIN, FAN BEAUTY DIARY, FLOWER KNOWS, JANE BEAUTY, JAVIN DE SEOUL, JOOCYEE, JUDYDOLL, LIMBOSS, MEDICUBE, NAMBUZIN, PLAY 101, RED CHAMBER, STUDIO17, UNLEASHIA, VUSSEN, WINONA และอีกหลากหลายแบรนด์ชั้นนำจากเอเชีย ตอกย้ำจุดยืนของ BEAUTRIUM ในฐานะจุดหมายปลายทางของ Asian Beauty ที่ครบครันและก้าวทันทุกกระแสความงามก่อนใคร

ขณะเดียวกัน BEAUTRIUM ยังเดินหน้าสร้างความแตกต่างผ่านกลยุทธ์ “Exclusive at BEAUTRIUM” ด้วยการนำเสนอแบรนด์และผลิตภัณฑ์ความงามที่มีวางจำหน่ายเฉพาะที่ BEAUTRIUM เท่านั้น มอบประสบการณ์การค้นพบสินค้าพิเศษที่ไม่สามารถหาซื้อได้จากที่อื่น อาทิ AFTER BLOW, ARENCIA, BAREME, BBIA, BEWANTS, BISSIQ, DERMART, ESHUMI, ESSENPICK, FWEE, HUXLEY, LADOR LAGOM, MAMONDE, MERZY, MILKTOUCH, NAMING, SKYBOTTLE, TIPTOE, TREECELL, V&A BEAUTY, YUKAZAN และอีกหลากหลายแบรนด์เพื่อตอกย้ำความเป็นจุดหมายปลายทางด้านความงามที่รวบรวมทั้งเทรนด์ใหม่และสินค้าสุดพิเศษไว้ในที่เดียว

งาน BEAUTRIUM Asian Beauty Fest 2026 นับเป็นเวทีสำคัญในการแสดงศักยภาพของตลาด Asian Beauty ในประเทศไทย โดยมีแบรนด์เข้าร่วมงานกว่า 30 แบรนด์ อาทิ ANUA, ARIUL, BAREME, BIOHEAL BOH, BITCHWITHBRAIN, BROWIT, CANMAKE, CATHYDOLL, CELIMAX, CEZANNE, DERMART, FAN BEAUTY DIARY, FWEE, GLAD2GLOW, HERA, INNISFREE, JOOCYEE, JUDYDOLL, LA GLACE, LANEIGE, MANYLENS, MISSLENS, MIZUMI, NUMBUZIN, ORJENA, PROVAMED, ROM&ND, ROUNDLAB, SHUGAR, SNP, TOCOBO, WHITELAB ESSENTIAL และ WITHAT

 


หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ FAN BEAUTY ซึ่งเป็นแบรนด์จากเซเลบริตี้ตัวแม่ในตำนานจากประเทศจีนอย่างคุณฟ่านปิงปิงที่มาเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยกับ BEAUTRIUM รวมถึงแบรนด์สัญชาติไทยขวัญใจคนยุคใหม่อย่าง BITCHWITHBRAIN (BWB) นอกจากนี้ยังมี Bioheal BOH แบรนด์ดังจากเกาหลีที่ได้รับความนิยมสูงในร้าน Olive Young ประเทศเกาหลี มาร่วมเปิดตัวภายในงานด้วย ตอกย้ำความสามารถของ BEAUTRIUM ในการคัดสรรแบรนด์ที่มีศักยภาพและนำเทรนด์เข้าสู่ตลาดไทยได้อย่างรวดเร็ว
 
นายอติโรจน์ โรจน์รัตนวลี กล่าวว่า “ผู้เล่นหลักในตลาดบิวตี้เอเชียจะมีแนวทางที่โดดเด่นแตกต่างกันไป สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและวัฒนธรรมความงามเฉพาะของแต่ละประเทศ โดย C-Beauty หรือความงามจากจีนโดดเด่นในกลุ่มเมคอัพที่เน้นการสร้างมิติบนใบหน้า (Dimension Makeup) ด้วยการแต่งหน้าที่มีความคอนทราสต์สูงโดยเน้นใช้การไฮไลต์และคอนทัวร์เพื่อสร้างโครงหน้าที่โดดเด่น ส่วน K-Beauty ยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มสกินแคร์และงานผิว โดยขับเคลื่อนด้วยเทรนด์ Glass Skin หรือผิวฉ่ำวาว ดูสุขภาพดีจากภายใน ควบคู่กับการเติบโตของส่วนผสมและนวัตกรรมสกินแคร์ใหม่ ๆ ที่เน้นการฟื้นบำรุงและเสริม Skin Barrier ส่วน J-Beauty มีเอกลักษณ์ด้านความเรียบง่ายและความงามที่ดูเป็นธรรมชาติ (Effortless Beauty) มักนิยมลุค Natural Makeup ที่เผยผิวสุขภาพดี ผิวเรียบเนียน เปล่งปลั่ง และการแต่งหน้าที่เสริมจุดเด่นอย่างพอดี ภายใต้แนวคิด “Less is More”  ขณะที่ T-Beauty มีเทรนด์ความงามที่ผสานประสิทธิภาพการใช้งานเข้ากับความเหมาะสมต่อสภาพอากาศเขตร้อน โดยเน้นไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์คุมมัน กันน้ำ กันเหงื่อ ติดทนยาวนาน และในด้านเมคอัพ T-Beauty ยังสะท้อนเอกลักษณ์ผ่านลุค Thai Soft Glam ที่เน้นงานผิวสุขภาพดี การแต่งตาให้คมชัดและคิ้วฟูมีมิติอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นลุคที่ผสมผสานความละมุนแบบเอเชียเข้ากับความโดดเด่นที่เหมาะกับโครงหน้าของคนไทย ส่งผลให้ได้รับความสนใจมากขึ้นในตลาดต่างประเทศ  

เราเชื่อว่า Asian Beauty จะยังเป็นหนึ่งในเซกเมนต์สำคัญที่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมความงามไทยและทั่วโลกในปี 2569 โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้บริโภคพร้อมเปิดรับแบรนด์ใหม่มากขึ้น และมองหาสินค้าที่มีทั้งคุณภาพ ความคุ้มค่า และตัวตนของแบรนด์ที่ชัดเจน งานครั้งนี้จึงเป็นทั้งเวทีรวมเทรนด์ใหม่ ๆ พร้อมนำเสนอแบรนด์ที่น่าจับตาให้ผู้บริโภคได้สัมผัสความงามจากเอเชียแบบครบทุกเทรนด์"
 
นอกจากนั้นสายบิวตี้ยังสามารถพบกับโปรโมชันพิเศษ 7 วันและกิจกรรมมากมายภายในงาน BEAUTRIUM ASIAN BEAUTY ตั้งแต่ 23-29 มิถุนายน 2569 เช่น

* Mask Buffet โกยคุ้ม เพียง 399 บาท

* รับฟรี Asian Beauty Bag (Limited Edition)  เมื่อช้อปครบ 999 บาท

* รับฟรีส่วนลด BEAUTRIUM มูลค่า 100 บาท เมื่อช้อปครบ 1,599 บาท

* รับคะแนน The1 X5 สูงสุด 600 คะแนน เมื่อช้อปครบ 2,999 บาท

และ BEAUTRIUM ยังมีกิจกรรมสุดฟินตลอดทั้งสัปดาห์เพื่อตอบแทนลูกค้าทุกท่านจากใจจริง

24 มิ.ย. 69:          Makeup Show คุณ Homeless Makeup จากแบรนด์ ROM&ND Special Stage จากคุณ Thime - Jazzy The Face จากแบรนด์ Whitelab

25 มิ.ย. 69:          Meet & Greet กับคุณตี๋ตี๋-ป๋อ จากแบรนด์ Withat

26 มิ.ย. 69:          Free Concert ALGORHYTHM PROJECT จากแบรนด์ Canmake

27 มิ.ย. 69:          Meet & Greet กับคุณเน็ต-เจเจ จากแบรนด์ Glad2Glow

28 มิ.ย. 69:          Meet & Greet กับคุณฟ่านปิงปิง จากแบรนด์ Fan Beauty

29 มิ.ย. 69:          Meet & Greet กับคุณลาเต้-คิม จากแบรนด์ Judydoll