Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

BLA กวาดกำไรปี 68 รวม 6,968 ล้านบาท โตพุ่ง 50%

BLA กวาดกำไรปี 68 รวม 6,968 ล้านบาท โตพุ่ง 50%
1
เขียนโดย Intrend online 2026-02-23

กรุงเทพประกันชีวิตเปิดผลดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 68 มีกำไรสุทธิ 1,473 ล้าน เติบโต 92% มาจากเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 1,694 ล้านบาท สำหรับปี 2568 มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 8,107 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15 โดยเป็นผลจากช่องทางธนาคารเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ช่องทางตัวแทนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และช่องทางอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 ประกาศเป้าหมายและทิศทางการทำงานปี 69 มุ่งสร้างความแตกต่างในด้านความใส่ใจ ด้วยการยกระดับตัวแทนทุกคนให้เป็น “ตัวแทนของความใส่ใจ Life Care Partner” เพื่อเป้าหมายให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีรอบด้านทุกช่วงชีวิต

นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลการดำเนินงานในไตรมาส 4 ปี 2568 ว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,473 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 0.86 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 707 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 92 จากไตรมาส 4 ปี 2567 โดยเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานด้านการประกันภัยเพิ่มขึ้น 404 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้น 515 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 ที่ 6,968 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 4.08 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 2,334 ล้านบาท หรือ ร้อยละ 50 โดยเพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานด้านการประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 887 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินจากสัญญาประกันภัยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1,523 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในไตรมาส 4 บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวนทั้งสิ้น 1,694 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 16 จากช่วงเดียวกันของปี 2567 ซึ่งเป็นผลจากช่องทางธนาคารมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกลดลงร้อยละ 21 โดยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจาก ช่องทางธนาคารร้อยละ 58 ช่องทางตัวแทนร้อยละ 31 และช่องทางอื่นๆ ร้อยละ 11 และ มีเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปจำนวน 6,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3

สำหรับปี 2568 บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจำนวน 8,107 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 15 โดยเป็นผลจากช่องทางธนาคารเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ช่องทางตัวแทนที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 และช่องทางอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 44 โดยมีสัดส่วนเบี้ยประกันภัยรับปีแรกจากช่องทางธนาคารสัดส่วนร้อยละ 67 ช่องทางตัวแทนร้อยละ 23 และช่องทางอื่นๆ ร้อยละ 10  โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปจำนวน 26,652 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4 และมีสินทรัพย์รวมของบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 เท่ากับ 315,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ร้อยละ 0.2 หรือเท่ากับ 630 ล้านบาท ทั้งนี้ สินทรัพย์ลงทุนและรายการเทียบเท่าเงินสดคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98 ของสินทรัพย์รวม และคิดเป็นอัตราส่วนต่อหนี้สินจากสัญญาประกันภัยที่ร้อยละ 120

นายโชนกล่าวว่า ในปี 2568 กรุงเทพประกันชีวิตให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนองค์กรให้ทำหน้าที่ด้วยความ “ใส่ใจ” ต่อผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม เพื่อก้าวสู่การเป็น บริษัทประกันชีวิตอันดับหนึ่งด้านความใส่ใจ (The Most Caring Life Insurance Brand) โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าอย่างรอบด้านตลอดทุกช่วงชีวิต โดยมุ่งสร้างประสบการณ์ที่ดี ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความผูกพันระยะยาว โดยได้ดำเนินกิจกรรมและโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในปี 2568 กรุงเทพประกันชีวิตมีคะแนน Net Promoter Score (NPS) ที่ 54% สะท้อนถึงความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ

“ด้วยสภาพสังคม โครงสร้างประชากร และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สังคมไทยคำนึงถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ทั้งด้านสุขภาพ และการวางแผนชีวิตอย่างยั่งยืน “Longevity” ซึ่งจะกลายเป็นหัวใจสำคัญที่ทุกคนใฝ่หาและการเตรียมความพร้อมกับการใช้ชีวิตที่ยืนยาวยิ่งขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกคนในปีนี้ กรุงเทพประกันชีวิตจึงประกาศเป้าหมายและทิศทางการทำงานในการสร้างความแตกต่างในด้านความใส่ใจ ด้วยการยกระดับตัวแทนทุกคนให้เป็น “ตัวแทนของความใส่ใจ Life Care Partner” ซึ่งหมายถึงความใส่ใจในลูกค้าให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีรอบด้านทุกช่วงชีวิตตั้งแต่วันนี้และตลอดไป ด้วยความมุ่งมั่นในการสนับสนุนทั้งองค์ความรู้และการสร้างทัศนคติที่ดีให้กับตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงินทุกท่านในการเป็นตัวแทนของความใส่ใจผ่านการอบรมหลักสูตร Life Care Partner พร้อมเสริมทักษะและศักยภาพด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับกับสภาวการณ์ปัจจุบันและในอนาคตที่กำลังจะมาถึง” นายโชนกล่าว

บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดหลัก “ใส่ใจ” เป็นหัวใจของการบริหารจัดการองค์กร เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และตรวจสอบได้ โดยยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจตามแนวทางการปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และได้จัดทำจรรยาบรรณสำหรับองค์กร เพื่อสร้างการตระหนักรู้และเป็นการย้ำเตือนถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามหลักจรรยาบรรณอย่างเคร่งครัด โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้รับรางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี ประเภท ASEAN Asset Class PLCs จากโครงการ ASEAN Corporate Governance Scorecard (ACGS) และยังสามารถรักษาระดับการประเมินการกำกับดูแลกิจการ (CGR) ในระดับ 5 ดาว รวมถึงได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ในระดับ AA อย่างต่อเนื่อง