ทีเส็บ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์
ทีเส็บ ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยผ่านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ พร้อมประกาศผู้ชนะ “Spark Challenge Influencer Competition”
“นี่คือแสงสว่างแห่งการปลุกพลังที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวคุณ โอกาสที่ต้องคว้าไว้” Spark Thai Festivals: Local to Global ฟรี! Online Class “The Art of Influencing ปลุกพลังการเล่าเรื่องท้องถิ่นไทยให้โลกอิน” ต่อยอดสู่การประกวด “Influencer Competition” เวทีระดับประเทศ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช่จาก 5 ภูมิภาคทั่วไทย
กรุงเทพฯ – สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่อนาคต ผ่านพลังของเศรษฐกิจสร้างสรรค์และครีเอเตอร์ จัดกิจกรรมประกาศผลรางวัลผู้ชนะเลิศในการแข่งขัน “Spark Challenge: Influencer Competition” เวทีประกวดเฟ้นหาครีเอเตอร์จาก 5 ภูมิภาคทั่วประเทศที่มีมูลค่ารางวัลรวมกว่า 100,000 บาท พร้อมจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการสร้างตัวตนและการยืนระยะอย่างยั่งยืนในโลกดิจิทัล
ทีเส็บเปิดวิสัยทัศน์ใหม่ ยกระดับงานอีเวนต์และเฟสติวัลด้วยการเล่าเรื่อง
.jpg)
ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (TCEB) กล่าวเปิดงานว่า ทีเส็บต้องการผลักดันอุตสาหกรรมไมซ์ให้ก้าวไปไกลกว่าการจัดงานในรูปแบบเดิม แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยงผู้จัดงาน แบรนด์ คอนเทนต์ครีเอเตอร์หรืออินฟลูเอนเซอร์ และผู้ชมเข้าด้วยกัน ผ่านพลังของการเล่าเรื่องและประสบการณ์
“งานเฟสติวัลในวันนี้ไม่ได้วัดความสำเร็จแค่จำนวนคนหรือรายได้ แต่คือประสบการณ์ที่ผู้ร่วมงานได้รับ และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างคนที่มีความสนใจร่วมกัน ซึ่งอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์คือกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงสิ่งเหล่านี้เข้าด้วยกัน”
ดร.ศุภวรรณ กล่าวเพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจครีเอเตอร์ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว อัตราการเติบโตสูงถึง 22.5% คิดเป็นมูลค่ากว่า 5.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 และแบรนด์ทั่วโลกกว่า 82% เลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์เป็นกลยุทธ์หลัก สะท้อนให้เห็นว่าผู้ติดตามและชุมชนของครีเอเตอร์ได้กลายเป็น “สินทรัพย์” ที่มีมูลค่า
“ทีเส็บอยากเห็นการใช้พลังของ Local Identity หรืออัตลักษณ์ท้องถิ่น มาเล่าเรื่องเทศกาล เมือง และชุมชนไทย เพื่อเชื่อมโยงจาก Local สู่ Global และสร้างความหมายที่ยั่งยืนมากกว่ายอดวิวระยะสั้น” ดร.ศุภวรรณ กล่าว
เวทีเสวนา ‘Identity is the New Currency’ เมื่อ ‘ตัวตน’ คือทุนสำคัญของครีเอเตอร์
หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือเวทีเสวนา “Identity is the New Currency: แบรนด์ชอบ คนดูจำ สูตรลับสร้างตัวตนอินฟลูเอนเซอร์ยุคใหม่” โดยให้เกียรติวิทยากรจากหลากหลายมุมมอง ได้แก่ สุวิตา จรัญวงศ์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Tellscore, วิไลลักษณ์ โพธิ์ตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด THE STANDARD และ ภาวิดา ชิตเดชะ หรือ ICEPADIE อินฟลูเอนเซอร์และผู้ก่อตั้ง Happy Sunday

สุวิตา จรัญวงศ์ กล่าวว่า ในยุค AI และ Virtual Influencer ความเป็นมนุษย์และตัวตนแท้จริงยิ่งสำคัญ การสร้างตัวตนต้องส่องกระจก 3 ด้าน ได้แก่ DNA ตัวเอง เสียงสะท้อนจากคนดู และอัลกอริทึม โซเชียลมีเดีย ครีเอเตอร์ควรหาโอกาสใหม่ๆ เช่น MICE Creator หรือขยายตลาดต่างประเทศ โดยใช้ AI ช่วยเรื่องภาษา เพื่อสร้างความโดดเด่น
ด้านความยั่งยืน สุวิตาย้ำเรื่อง Influencer Safety คือคอนเทนต์ครีเอเตอร์ต้องระวังแบรนด์ที่อาจชักจูงไปในทางผิดจริยธรรม ซึ่งจะกระทบชื่อเสียงระยะยาว คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่คือต้องมี ความมั่นใจในตัวเอง ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำ เพื่อช่วยให้ผ่านช่วงเริ่มต้นที่มีแรงเสียดทาน

วิไลลักษณ์ โพธิ์ตระกูล ปัจจุบันแบรนด์เน้นหา Influencer ที่มีตัวตนและคุณค่าที่ตรงกับแบรนด์ เพื่อสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงแทนการใช้สื่อแบบวงกว้าง อย่าง THE STANDARD ก็ปรับตัวด้วยการปั้นผู้เชี่ยวชาญในสังกัดให้เป็นอินฟลูเอนเซอร์ตัวแทนความเชี่ยวชาญต่าง ๆ เช่น ดร.วิทย์ สิทธิเวคินในด้านประวัติศาสตร์ หรือ นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ในด้านธุรกิจ
การยืนระยะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างผลประโยชน์ระยะสั้นกับมูลค่าระยะยาว การรับงานที่ไม่ตรงจุดยืนเพราะเงินอาจทำให้เสียความน่าเชื่อถือ ควรตื่นตัวและพัฒนาตนเองตลอดเวลา เพราะคู่แข่งเกิดขึ้นใหม่เสมอ และพฤติกรรมคนดูเปลี่ยนไป หากหยุดพัฒนาอาจถูกกลืนหายไปจากตลาด

ภาวิดา ชิตเดชะ เล่าถึงการเปลี่ยนแปลงตัวเองจากบิวตี้บล็อกเกอร์สู่การเป็นนักธุรกิจและคุณแม่ โดยยึดหลักความจริงใจและความเป็นเพื่อนในการเล่าเรื่อง เน้นการทำงานกับแบรนด์อย่างมีจุดยืน ไม่เป็นนกแก้วนกขุนทองในการท่องบทตามแบรนด์ที่มาร่วมงาน เพื่อรักษาตัวตนและป้องกันภาวะหมดไฟ พร้อมให้ความสำคัญกับมาตรฐานผลงาน และยังฝากคำแนะนำแก่คอนเทนต์ครีเอเตอร์รุ่นใหม่ว่า อย่าหลงในแสงสีและยอดไลก์หรือยอดวิวจนหลงลืมความรับผิดชอบในฐานะผู้สร้าง หรือผลิตคอนเทนต์ขยะเข้าสู่สังคม เพราะการกู้ชื่อเสียงที่เสียไปทำได้ยาก การหาตัวตนของอินฟลูเอนเซอร์ปัจจุบันทำได้ด้วยการค้นหาตัวเองไปเรื่อย ๆ ในสิ่งที่เราสนใจ และเสียงตอบรับและเวลาจะช่วยแสดงตัวตนของเราออกมา

ประกาศผลรางวัล Spark Challenge: Influencer Competition เวทีแห่งโอกาสของครีเอเตอร์ไทย
หลังจบการเสวนา เป็นการนำเสนอผลงานของผู้เข้ารอบสุดท้ายจากเวที Spark Challenge: Influencer Competition ซึ่งเปิดโอกาสให้ครีเอเตอร์จากทั่วประเทศได้นำเสนอแนวคิดและตัวตนผ่านผลงานวิดีโอ พร้อมตอบคำถามจากคณะกรรมการแบบสด และผลการตัดสินรางวัลมีดังนี้

· รางวัลชนะเลิศได้แก่ สรัสนันท์ คำดีบุญ จากช่อง RoamingYim ยิ้มแบกเป้เที่ยว จากกรุงเทพมหานคร (กรุงเทพและปริมณฑล) รับเงินรางวัล 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและประกาศนียบัตร และโอกาสร่วมงานเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์กับ THE STANDARD

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ธนกร ศรีเพ็ชร์ จากช่อง หมูตั้ม ชวนหิว จากนครสวรรค์ (ภาคกลางและภาคตะวันออก) รับเงินรางวัล 30,000 บาท

· รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ พีรวัส กันธา จากช่อง อ้ายติ๊ก บะดาย จากเชียงใหม่ (ภาคเหนือ) รับเงินรางวัล 10,000 บาท

· นอกจากนี้ ยังมีรางวัล Recognition Award มูลค่า 3,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร มอบให้ครีเอเตอร์อีกหลายราย อาทิ Dream Destination, สาวน้อยคิดบวก, โอ๊ตเที่ยวไปเล่าไป, ไอธี.คลับ, HappyBoonry, โฟมเด้อค่ะ, บีม IBeam, ลูกปลาชอบจริง, Naya ที่อ่านว่า นายา, สมาธิ 360°, กิ๊ฟอุ่น สายมู และหมวยพลอย รีวิว
ยกระดับไมซ์ไทยด้วยพลังอินฟลูเอนเซอร์
กิจกรรม Spark Challenge: Influencer Competition และเวทีเสวนาครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจของทีเส็บในการใช้พลังของคอนเทนต์ครีเอเตอร์และอินฟลูเอนเซอร์ เป็นฟันเฟืองสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทย เชื่อมโยงเทศกาล เมือง และชุมชนไทยสู่เวทีโลก ผ่านการเล่าเรื่องที่มีความหมาย สร้างประสบการณ์ และความเชื่อใจที่ยั่งยืนในระยะยาว
#SparkThaiFestivals #SparkChallengeInfluencerCompetition #TCE
ข่าวเกี่ยวข้อง
ไทยน้ำทิพย์ โคคา-โคล่า ผนึก บิ๊กซี สร้างประสบการณ์ใหม่ในศูนย์อาหารบิ๊กซีทั่วประเทศ
Intrend online 2026-02-09
