Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

Trip.com Group เผยเทรนด์ตลาดเช่ารถขับเองทั่วโลกโต 81% ไทยติดกลุ่มโตเร็วที่สุด

Trip.com Group เผยเทรนด์ตลาดเช่ารถขับเองทั่วโลกโต 81% ไทยติดกลุ่มโตเร็วที่สุด
47
เขียนโดย intrend online 2026-09-04

Trip.com Group เผยเทรนด์ตลาดเช่ารถขับเองทั่วโลกโต 81% ไทยติดกลุ่มตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด 

* ยอดจองรถเช่าทั่วโลกพุ่งขึ้นถึง 81% เมื่อนักเดินทางเลือกออกเดินทางแบบขับรถเที่ยวเองมากขึ้น

* ญี่ปุ่น ไทย และสหรัฐฯ กลายเป็นจุดหมายปลายทางเช่ารถขับเองยอดนิยม โดยนักเดินทางจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตทั่วโลก

* สำหรับประเทศไทย ยอดจองรถเช่าเพื่อเดินทางเข้าประเทศเติบโตขึ้น 59% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดจองรถเช่าขับเองของนักเดินทางไทยที่ไปต่างประเทศพุ่งสูงถึง 78% ตอกย้ำให้ไทยเป็นหนึ่งในตลาดที่โดดเด่นที่สุดในภูมิภาค ทั้งในฐานะจุดหมายปลายทางและต้นทางของนักเดินทาง

กรุงเทพฯ 4 กันยายน 2569 – Trip.com Group เผยข้อมูลจากรายงานพบว่า นักเดินทางจำนวนมากขึ้นเลือกที่จะสำรวจจุดหมายปลายทางในแบบของตัวเอง โดยการเช่ารถขับเอง ซึ่งเป็นตัวช่วยให้สามารถเดินทางได้อย่างอิสระ เดินทางไปได้ไกลกว่าเส้นทางเดิม ๆ และยังได้ค้นพบสถานที่ใหม่ ๆ ที่อาจจะเข้าถึงได้ยากกว่าเดิม

ข้อมูลจาก Trip.com เผยว่ายอดจองรถเช่าทั่วโลกพุ่งขึ้นถึง 81% ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเดินทางในวงกว้าง การขับรถเที่ยวเองไม่ได้เป็นแค่การเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งอีกต่อไป แต่กลายเป็นการสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

เทรนด์ประเทศไทย: ตลาดในประเทศคึกคัก ขณะที่ยอดจองเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น

ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นทั้งจุดหมายปลายทางในการเช่ารถขับเองที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และเป็นตลาดต้นทางที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยยอดจองรถเช่าเพื่อเดินทางในประเทศไทยเติบโตขึ้น 59% เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ยอดจองของนักเดินทางไทยที่มุ่งหน้าไปต่างประเทศพุ่งสูงถึง 78% ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มตลาดขาออกที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค

ผลสำรวจผู้บริโภคตอกย้ำโมเมนตัมนี้อย่างชัดเจน โดย Trip.com เป็นแบรนด์เช่ารถรายเดียวที่มีอัตราการรับรู้แบรนด์สูงกว่า 60% ทั้งในกลุ่มผู้ที่เคยเช่ารถแล้วและกลุ่มที่กำลังพิจารณาเช่ารถ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ไม่มีแพลตฟอร์มอื่นใดในตลาดทำได้ นอกจากนี้ในกลุ่มผู้ใช้งาน Trip.com ที่กำลังตัดสินใจเลือกเช่ารถครั้งต่อไป Trip.com ยังเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี

นักเดินทางไทยที่ชื่นชอบการขับรถเที่ยวเองส่วนใหญ่มีประสบการณ์ขับรถมายาวนาน โดยกว่า 70% มีประสบการณ์ขับรถมากกว่า 5 ปี และหลายคนเช่ารถหลายครั้งต่อปี สำหรับทริปในประเทศ นักเดินทางมักจะทำการจองใกล้ ๆ วันเดินทาง ส่วนใหญ่ภายใน 1 สัปดาห์ก่อนรับรถ ในขณะที่ทริปต่างประเทศ โดยเฉพาะการไปญี่ปุ่น มักวางแผนล่วงหน้านานกว่านั้นมาก โดยทั่วไปอยู่ที่ 1-3 เดือน สะท้อนให้เห็นว่านักเดินทางไทยพิถีพิถันกับการวางแผนทริปขับรถเที่ยวเองในต่างประเทศมากขึ้น

และเมื่อเลือกรถเช่า นักเดินทางไทยให้ความสำคัญกับสภาพรถ ความสะดวกของจุดรับ-คืนรถ และความคุ้มครองประกันภัยเป็นอันดับต้น ๆ ขณะที่โปรโมชั่นส่วนลดโดยตรงและเงื่อนไขที่ยืดหยุ่น เช่น ไม่ต้องเติมน้ำมันเต็มถังก่อนคืนรถ เป็นข้อเสนอที่ช่วยกระตุ้นให้ตัดสินใจจองได้มากที่สุด

ญี่ปุ่นครองแชมป์จุดหมายปลายทางเช่ารถขับเองอันดับ 1 ของโลก

ข้อมูลการเช่ารถของ Trip.com เผยว่า ญี่ปุ่น ครองอันดับ 1 จุดหมายปลายทางเช่ารถขับเองยอดนิยม ด้วยยอดจองที่เติบโตถึง 119% เมื่อเทียบปีต่อปี ตามมาด้วย ไทย,  สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และ ออสเตรเลีย ซึ่งเป็นจุดหมายยอดนิยมเช่นกัน โดยเติบโต 59% 54% 148% และ 74% ตามลำดับ สะท้อนความต้องการเดินทางแบบอิสระ ที่แข็งแกร่งทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและภูมิภาคอื่น ๆ
 

 

ในระดับเมือง จุดหมายปลายทางที่โดดเด่น ได้แก่ เชจู (เติบโต 148%) โตเกียว (เติบโต 156%) โอกินาว่า (เติบโต 87%) ซัปโปโร (เติบโต 129%) และ ฟุกุโอกะ (เติบโต 88%) ซึ่งเป็นตัวเลือกยอดนิยมของนักเดินทาง ที่อยากผสมผสานประสบการณ์ในเมืองใหญ่เข้ากับการสำรวจพื้นที่รอบนอกตัวเมือง
 

 

 

เสน่ห์ของญี่ปุ่นอยู่ที่ความหลากหลายของเส้นทาง ตั้งแต่ถนนโล่งกว้างในฮอกไกโด ไปจนถึงเส้นทางเกาะในโอกินาว่าและคิวชูรวมถึงเส้นทางชายฝั่งสวย ๆ รอบภูเขาไฟฟูจิ นักเดินทางที่ขับรถเที่ยวเองกำลังค้นพบจุดหมายปลายทางนอกเหนือจากเมืองใหญ่ และไปยังสถานที่ที่เข้าถึงได้ยากด้วยระบบการขนส่งสาธารณะทั่วไป

สำหรับประเทศไทยมีการนำเสนอสไตล์การเดินทางแบบขับรถเที่ยวเองที่แตกต่างออกไป โดยนักเดินทางนิยมเส้นทางภาคเหนือ ที่ผสมผสานทิวทัศน์ภูเขาเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น บน Trip.Moments แพลตฟอร์มคอมมูนิตี้นักเดินทางของ Trip.com ที่นักเดินทางแชร์เรื่องราวและแรงบันดาลใจในการเดินทางท่องเที่ยว ซึ่งพบว่ามีผู้ใช้งานแชร์ไอเดียทริปขับรถเที่ยวที่นำเสนอเส้นทางเชียงใหม่ พร้อมเคล็ดลับการเที่ยวในภูมิภาคนี้ด้วยรถยนต์มากมาย

แม้เอเชียแปซิฟิกจะยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตในตลาดเช่ารถขับเอง แต่เทรนด์นี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในยุโรปเช่นกัน โดยอิตาลี สเปน และเยอรมนี มียอดจองเติบโตแรงที่สุด ที่ 88% 80% และ 75% ตามลำดับ ข้อมูลจาก Trip.Moments ยังเผยว่าคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับการขับรถเที่ยวจากสเปนพุ่งสูงถึง 662% ขณะที่สหราชอาณาจักรและอิตาลีเติบโต 371% และ 211% ตามลำดับ

ถนนเลียบชายฝั่งของสเปนชวนให้นักเดินทางแวะเที่ยวเมืองริมทะเลและจุดชมวิวสวย ๆ ส่วนชนบทของทัสคานี มีจุดแวะพักที่ไร่องุ่น โรงบ่มไวน์ท้องถิ่น และบ่อน้ำพุร้อน ขณะที่ในสหราชอาณาจักร เส้นทางชนบทถ่ายทอดบรรยากาศแบบเพลง "Village Green" ของวง The Kinks ด้วยหมู่บ้านดั้งเดิม และถนนเงียบสงบตลอดเส้นทาง
 

 

นักเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกหนุนการเติบโตของตลาดเช่ารถขับเองในต่างประเทศ

หากมองในมุมของตลาดต้นทาง เอเชียแปซิฟิกกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของความต้องการเช่ารถทั่วโลก โดยนักเดินทางจากเกาหลีใต้ ไทย ฮ่องกง ญี่ปุ่น และไต้หวัน ติดอันดับตลาดต้นทางชั้นนำ ด้วยอัตราการเติบโต 85% 78% 62% 113% และ 139% ตามลำดับ

นักเดินทางในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีความต้องการเดินทางต่างประเทศแบบอิสระสูงมากโดยการขับรถเที่ยวเองกลายเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเที่ยวพักผ่อน โดยเฉพาะทริปที่รวมหลายจุดหมายปลายทางไว้ในทริปเดียว

ภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ทริปขับรถเที่ยวข้ามพรมแดนกำลังเชื่อมโยงหลายจุดหมายปลายทางไว้ในการเดินทางครั้งเดียว เส้นทางสิงคโปร์-มาเลเซียผสมผสานการเที่ยวเมืองเข้ากับการขับรถเลียบชายฝั่ง ขณะที่เกาะลังกาวีและมะละกา มอบทั้งทิวทัศน์เกาะ แหล่งมรดกทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่นในจังหวะที่ผ่อนคลายกว่า เส้นทางลักษณะเดียวกัน อย่างทริปขับรถไทย - มาเลเซีย ก็กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน

ไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปกำลังปรับโฉมทริปขับรถเที่ยวยุคใหม่

เมื่อการขับรถเที่ยวเองกลายเป็นเทรนด์กระแสหลักมากขึ้น นักเดินทางก็เลือกรถให้เหมาะกับรูปแบบการเดินทางที่หลากหลาย ข้อมูลการเช่ารถของ Trip.com ระบุว่ารถเก๋งครองสัดส่วนการจองสูงสุดที่ 52% ตามมาด้วยรถ SUV ที่ 29% และรถตู้โดยสารที่ 17% ส่วนที่เหลือเป็นรถประเภทอื่น ๆ

 

 

ความนิยมของรถที่ใช้งานได้จริงสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างของการเดินทางแบบขับรถเอง ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ ทริปขับรถเที่ยวแบบดั้งเดิมอีกต่อไป แต่ขยายไปสู่รูปแบบการเดินทางที่หลากหลายขึ้น นักเดินทางเลือกรถประเภทต่าง ๆ ให้เหมาะกับการเที่ยวในเมือง การเดินทางไปต่างจังหวัด และทริปวันหยุดยาว

การเดินทางแบบครอบครัวเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเปลี่ยนแปลงนี้ ข้อมูลของ Trip.com ระบุว่านักเดินทางกลุ่มอายุ 25-44 ปีครองสัดส่วนมากที่สุด และในกลุ่มครอบครัวที่เดินทางด้วยกัน ครอบครัวที่มีลูกเล็กคิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของยอดจองทริปขับรถเที่ยว โดยคอนเทนต์บน Trip.Moments เกี่ยวกับทริปขับรถเที่ยวของครอบครัวเติบโตขึ้นถึง 309%

รูปแบบการเดินทางตามไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ก็กำลังขยายตัวเช่นกัน คอนเทนต์ทริปขับรถเที่ยวพร้อมสัตว์เลี้ยง (เติบโต 209%) และคอนเทนต์เกี่ยวกับแคมป์ปิ้งคาร์และ RV (เติบโต 220%) สะท้อนความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักเดินทางในการหาวิธีเที่ยวรูปแบบใหม่ ๆ ร่วมกับเพื่อนร่วมทาง และทำให้รถยนต์กลายเป็นส่วนหนึ่งของการผจญภัย

นักเดินทางขับรถเองวางแผนล่วงหน้านานขึ้น เพื่อการเดินทางที่มั่นใจมากขึ้น

 

 

 

ข้อมูลการเช่ารถของ Trip.com เผยว่า ระยะเวลาการจองล่วงหน้าโดยเฉลี่ยในปัจจุบันนานกว่าปีก่อนราว 1 สัปดาห์ สะท้อนว่านักเดินทางวางแผนทริปขับรถเที่ยวล่วงหน้ามากขึ้น และนำประสบการณ์ขับรถเที่ยวเองไปผนวกกับแผนการเดินทางในภาพรวม

ในขณะเดียวกัน นักเดินทางก็ให้ความสำคัญกับความคุ้มครองและความสะดวกมากขึ้น ยอดซื้อประกันภัยเพิ่มขึ้นถึง 131% สะท้อนความต้องการความช่วยเหลือที่มากขึ้นเมื่อต้องขับรถในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย

ความสะดวกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ โดยรถเกียร์อัตโนมัติครองสัดส่วนการจองถึง 95% และการจองส่วนใหญ่เป็นการชำระเงินล่วงหน้าออนไลน์ สะท้อนว่า นักเดินทางต้องการประสบการณ์การเช่ารถที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทริปขับรถเที่ยวกลายเป็นเรื่องราวที่นักเดินทางอยากแชร์

ทริปขับรถเที่ยวไม่ได้เป็นแค่การไปให้ถึงจุดหมายอีกต่อไป แต่ยังเป็นเรื่องของความทรงจำที่เกิดขึ้นระหว่างทางด้วย บน Trip.Moments นักเดินทางแชร์เส้นทางวิวสวย เส้นทางภูเขา อุทยานแห่งชาติ และการหลบหนีความวุ่นวายไปสู่ชนบท โดยทริปขับรถเที่ยวที่เน้นธรรมชาติได้รับการมีส่วนร่วมสูงที่สุด เส้นทางขับรถระดับตำนานอย่างไฮเวย์ 1 ของแคลิฟอร์เนียที่เชื่อมซานฟรานซิสโกกับลอสแอนเจลิส และเส้นทางผ่านหุบเขาแคนยอนในแถบตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ พานักเดินทางเข้าใกล้สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

วิดีโอกลายเป็นวิธียอดนิยมในการบันทึกเรื่องราวการเดินทางเหล่านี้ โดยข้อมูลจาก Trip.Moments ระบุว่า โพสต์วิดีโอได้รับการมีส่วนร่วมมากกว่าโพสต์รูปภาพถึง 3 เท่า ขณะที่นักเดินทางแชร์ทิวทัศน์ระหว่างทาง และมุมมองส่วนตัวของตัวเอง ตั้งแต่ถนนเลียบชายฝั่งที่คดเคี้ยวสวยงาม ทิวทัศน์ภูเขา ไปจนถึงการผจญภัยของครอบครัวและการค้นพบใหม่ ๆ ที่ไม่ได้วางแผนไว้ระหว่างทาง การขับรถเที่ยวเองกำลังสร้างความทรงจำที่น่าจดจำแม้ทริปจะจบลงแล้วก็ตาม