Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน --- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ***  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

โรบินสัน ลุยปี 2570 ลงทุนกว่า 4,000 ล. ขับเคลื่อนเป็น “Complete Retail Ecosystem” 


โรบินสัน ลุยปี 2570 ลงทุนกว่า 4,000 ล. ขับเคลื่อนเป็น “Complete Retail Ecosystem” 

49
เขียนโดย intrend online 2026-11-05

โรบินสัน เปิดเกมรุกปี 2570 ลงทุนกว่า 4,000 ล้านบาท  ขับเคลื่อนเป็น “Complete Retail Ecosystem” 
 พร้อมเสริมพอร์ตด้วย 2 โมเดลใหม่ “Ploen” และ “Riva” พร้อมเผยอัตลักษณ์ใหม่และเชื่อมประสบการณ์ในศูนย์และห้างครบทุกมิติ

* โรบินสันเปิดแผนรุกปี 2570 ลงทุนมากถึงสี่พันล้านบาท ขับเคลื่อนเป็น “Complete Retail Ecosystem” ด้วยพอร์ต รีเทล 3 โมเดล เจาะโอกาสเติบโตในทำเลศักยภาพ เชื่อมทุกจังหวะไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค พร้อมขยายโอกาสทางธุรกิจให้พันธมิตร คู่ค้าและชุมชน

* พลิกโฉมโรบินสัน ด้วยประสบการณ์ใหม่ “6 Destinations, 1 Integrated Experience” คัดสรร Merchandise Mix และประสบการณ์ครบทุกมิติ พร้อมเปิดโรบินสัน หนองคาย ไตรมาส 3 ปี 2570 ด้วยงบลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท และเดินหน้ารีโนเวต 19 สาขาภายในปี 2572

* เปิดตัว “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์โมเดลใหม่ ชูคอนเซปต์ Community-Centric Development ยึดความต้องการของชุมชนเป็นหัวใจในการพัฒนา รวบรวมร้านช้อปปิ้ง ร้านอาหาร ตลาด และพื้นที่กิจกรรม สร้างแม่เหล็กดึงผู้คนมาใช้ชีวิตได้ทุกวัน ประเดิม “Ploen รังสิต” ส่วนแรก ไตรมาส 3 ปี 2570 บนพื้นที่ 24 ไร่ จากพื้นที่รวมทั้ง Master plan 322 ไร่ พร้อมแผนขยายรวม 7 แห่งภายในปี 2572

* ปักหมุด “Riva” ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันใหม่ ด้วยแนวคิด Recreation-Led Retail Destination ผสานธรรมชาติ อาหาร กิจกรรม และเวลเนส สร้างประสบการณ์ที่เชื่อมการช้อปปิ้งกับการพักผ่อน เปิดแห่งแรก “Riva รามคำแหง” ไตรมาส 1 ปี 2571 บนพื้นที่ 24 ไร่ รวมกว่า 200 ร้านค้า พร้อมขยายรวม 3 แห่งภายในปี 2572

 


กรุงเทพฯ – 5 พฤศจิกายน 2569 – โรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดแผนรุกธุรกิจรีเทล เดินหน้าเป็น “Complete Retail Ecosystem” ทุ่มงบลงทุน 4,094 ล้านบาทในปี 2570 ปลดล็อกโอกาสเติบโตผ่านพื้นที่รีเทล 3 โมเดลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และศักยภาพของแต่ละทำเล นำโดยการพลิกโฉมและเชื่อมโยงประสบการณ์ “โรบินสัน” พื้นที่ส่วนศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า ทั้งภาพลักษณ์ ประสบการณ์ และการขยายสาขา เสริมพอร์ตด้วย “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์ที่เชื่อมความสะดวกในชีวิตประจำวันกับประสบการณ์ของชุมชน และ “Riva” ไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่ผสานการช้อปปิ้ง การพักผ่อน และเวลเนส ตั้งเป้าเปิดตัวทุกแห่งภายในต้นปี 2571

 


นายเลิศวิทย์ ภูมิพิทักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เซ็นทรัล รีเทล พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยว่า “หัวใจสำคัญในการพัฒนาธุรกิจของโรบินสัน เริ่มต้นจากความเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนได้อย่างไร จากจุดเริ่มต้นของโรบินสันในการบุกเบิกธุรกิจห้างสรรพสินค้าและศูนย์การค้าในต่างจังหวัด จนถึงปัจจุบันมีโรบินสัน ครอบคลุม 46 สาขาใน 38 จังหวัด ด้วยพื้นที่ให้เช่ารวมกว่า 1 ล้านตารางเมตร รองรับผู้ใช้บริการมากกว่า 350,000 คนต่อวัน และรักษาอัตราการต่อสัญญาของร้านค้าเดิม (Retention Rate) ได้สูงกว่า 90% พร้อมมีส่วนสร้างการจ้างงานสูงสุดถึง 40,000 อัตรา ทั้งหมดนี้ คือ รากฐานธุรกิจที่แข็งแกร่งและความเชื่อมั่นที่เราสร้างร่วมกับลูกค้าและคู่ค้ามาอย่างต่อเนื่อง เราไม่ได้มองบทบาทของตัวเองเป็นเพียงผู้พัฒนาและบริหารศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า แต่เราต้องการมีเป้าประสงค์ในการเป็น ‘ศูนย์กลางชีวิตของทุกคน (Central to Life)’ ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของเซ็นทรัล รีเทล

“เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญงานด้านการพัฒนาศูนย์การค้าและการบริหารห้างสรรพสินค้า ผสานกับ Consumer Insights มาต่อยอดพอร์ตธุรกิจให้หลากหลายและแข็งแกร่ง ทั้งศูนย์การค้าโรบินสัน ศูนย์การค้าท็อปส์ พลาซ่า และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน วันนี้ ผู้บริโภคเข้าถึงข้อมูลเร็วขึ้น คาดหวังสูงขึ้น และมองหาสิ่งใหม่อยู่เสมอ ทุกครั้งที่มาศูนย์และห้างจึงต้องได้ทั้งความสะดวกที่ครบจบและประสบการณ์ที่คุ้มค่ากับเวลา โจทย์ของเราคือการสร้าง ‘เหตุผลใหม่’ ให้ลูกค้าเลือกมาใช้ชีวิตกับเรา เป้าประสงค์ ‘Complete Retail Ecosystem’ ถูกต่อยอดมาจากความเชื่อที่ว่า ‘Different Formats Connected by People’s Lives’ จึงเป็นก้าวสำคัญในการขยายพอร์ตรีเทลให้เข้าถึงผู้คนในทุกไลฟ์สไตล์ชีวิต ผ่านการยกระดับและเชื่อมโยงพื้นที่ส่วนศูนย์และห้างของโรบินสันให้ไร้รอยต่อ และเปิดตัวสองโมเดลใหม่ Ploen กับ Riva ให้ตอบโจทย์แต่ละทำเลได้ตรงจุด พร้อมสร้างโอกาสเติบโตให้พันธมิตร คู่ค้า ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนไปพร้อมกัน”

พลิกโฉมและเชื่อมโรบินสันอย่างไร้รอยต่อด้วย “6 Destinations, 1 Integrated Experience” เสริมแม่เหล็กรีเทล เชื่อมทุกไลฟ์สไตล์ในประสบการณ์เดียว

โรบินสัน เดินหน้าพลิกโฉมประสบการณ์และเชื่อมโยงพื้นที่อย่างไร้รอยต่อ พร้อมปรับโลโก้และภาพลักษณ์ใหม่ ชูแนวคิด “6 Destinations, 1 Integrated Experience” ยกระดับ Merchandise Mix สร้าง 6 จุดหมายปลายทางที่ดึงดูดให้ลูกค้าเข้ามาใช้ชีวิตได้ในทุกวัน ได้แก่ Food Destination ปักหมุดความอร่อยครบทุกโอกาส ตั้งแต่ร้านอาหารครอบครัว คาเฟ่ ศูนย์อาหาร Food Haven ไปจนถึงซูเปอร์มาร์เก็ต และตลาดกลางแจ้ง, Fashion Destination เสริมดีกรีแฟชั่นแลนด์มาร์กของเมือง ด้วยแบรนด์ชั้นนำและแบรนด์ยอดนิยมจากโลกออนไลน์, Home Living & Tech Destination รวมโซลูชันเพื่อบ้านและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่, Health & Wellness Destination รับเทรนด์ดูแลตัวเองครบทั้งความงาม สุขภาพ และเวลเนส, Kids & Education Destination เติมพื้นที่เรียนรู้และเสริมทักษะสำหรับเด็กและครอบครัว และ Entertainment Destination รวมความสนุกจากโรงภาพยนตร์ ฟิตเนส และกิจกรรมบันเทิง ทั้ง 6 Destinations จะเชื่อมเป็น 1 Integrated Experience ผ่านบรรยากาศ อีเวนต์ เทศกาล พื้นที่กิจกรรมชุมชน และบริการที่เติมเต็มทุกการมาเยือน โดยตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมจากการดำเนินนโยบายนี้ พิสูจน์แล้วผ่านการปรับโฉมใหม่โรบินสัน สมุทรปราการ ด้วยงบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท ปรับโฉมศูนย์และห้าง เพิ่มร้านค้าใหม่รวมกว่า 250 แบรนด์ ส่งผลให้ยอดการมาเยือนเพิ่มขึ้นถึง 30%

นอกจากนี้ ยังพร้อมสร้าง Future Retail Experience ต่อยอดเทคโนโลยี Humanoid Robotics และ AI โดยเปิดพื้นที่ โรบินสันเป็น Living Lab มุ่งยกระดับบริการและสร้างปฏิสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างลูกค้ากับเทคโนโลยี สะท้อนทิศทางของโรบินสันที่เดินหน้าผสานนวัตกรรมเข้ากับพื้นที่รีเทล เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัลและสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตแห่งอนาคต

ด้านการยกระดับสาขา ในปี 2568–2569 โรบินสันได้ดำเนินการรีโนเวตแล้ว 11 สาขา ด้วยการดึงศักยภาพของทำเลและอินไซต์ลูกค้าในแต่ละพื้นที่มาสร้างประสบการณ์เฉพาะตัว อาทิ โรบินสัน กาญจนบุรี กับแนวคิด “กาญฯ ฟีลกู๊ด (KAN FEEL GOOOOOOOOD)” เปลี่ยนจุดแวะพักให้เป็นเดสติเนชันที่เติมความรู้สึกดีได้ทุกวัน รองรับเมืองที่กำลังเติบโต ขณะที่ โรบินสัน สระบุรี ชูแนวคิด “ปลุกพลังเมืองสระบุรี – Energize the Heart of Saraburi” จัดโซนนิ่งใหม่ เสริมความครบครันของร้านค้าและสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดทั้งคนในพื้นที่และนักเดินทาง ล่าสุด โรบินสัน สมุทรปราการ ตอกย้ำความสำเร็จของแนวคิด “6 Destinations, 1 Integrated Experience” พลิกโฉมศูนย์การค้าบนทำเลทองติดรถไฟฟ้า BTS สถานีแพรกษา พร้อมต่อยอดความสำเร็จสู่ แผนรีโนเวตโรบินสันอีก 7 สาขาในปี 2570 ได้แก่


โรบินสัน ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ เพชรบุรี ราชพฤกษ์ ปราจีนบุรี สกลนคร และพะเยา นอกจากนี้ ยังเตรียมรีโนเวตเพิ่มอีก 12 สาขา ในปี 2571 - 2572

อีกหมุดหมายสำคัญคือการเปิด “โรบินสัน หนองคาย” ในไตรมาส 3 ปี 2570 ด้วยมูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท บนที่ดิน 33 ไร่ รวมกว่า 300 แบรนด์ ปั้นแลนด์มาร์กรีเทลแห่งใหม่ รับโอกาสภาคอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยว บนทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อ ไทย–สปป.ลาว–จีน รองรับกำลังซื้อทั้งลูกค้าในพื้นที่และนักท่องเที่ยวข้ามแดน โดยปัจจุบันโครงการมีความคืบหน้าไปแล้วเกือบ 40% คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2570 พร้อมเดินหน้าขยายโรบินสันเพิ่มอีกปีละ 1 แห่งในปี 2571 และ 2572 เพื่อเสริมเครือข่ายและเจาะโอกาสเติบโตในทำเลศักยภาพทั่วประเทศ

 


เปิดตัว “Ploen” ชูโมเดล Community-Centric Development ปักหมุดรังสิต สร้างคอมมูนิตี้มอลล์ที่มีชุมชนเป็นหัวใจ ขยายสู่ 7 แห่งในปี 2572

โรบินสัน เสริมพอร์ตด้วย “Ploen” คอมมูนิตี้มอลล์โมเดลใหม่ ชูแนวคิด Community-Centric Development ใช้อินไซต์และความต้องการของชุมชนเป็นหัวใจในการพัฒนา ภายใต้คอนเซปต์ “From Everyday Essentials to Everyday Experiences” ต่อยอดจากวิถีการใช้ในชีวิตประจำวัน เน้นความสะดวกสบาย คล่องตัว สู่ประสบการณ์ที่ดึงดูดให้ผู้คนกลับมาใช้เวลาได้ทุกวัน ผสาน Tops ซูเปอร์มาร์เก็ตซึ่งถือเป็นแม็คเน็ตดึงคน ร้านอาหารแบรนด์โปรด ตลาดรวมร้านดัง ศูนย์รวมบริการที่ครบครัน พร้อมรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดด้วยจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เติมสีสันด้วยอีเวนต์ และแผนขยายพื้นที่ Co-Creation สำหรับพบปะ ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมร่วมกัน โดยเลือกทำเลที่เชื่อมต่อย่านที่อยู่อาศัย มีที่ดินรองรับการขยายตัว และวางแผนพัฒนาเป็นเฟสตามการเติบโตของชุมชน

โครงการแรก “Ploen รังสิต” เตรียมเปิดไตรมาส 3 ปี 2570 บนทำเลยุทธศาสตร์ที่เข้าถึงสะดวกจากถนนรังสิต–นครนายกและวงแหวนรอบนอก รับโอกาสจากฐานประชากรโดยรอบกว่า 879,000 คน และรายได้เฉลี่ยครัวเรือนประมาณ 39,646 บาทต่อเดือน ประเดิมพัฒนาส่วน Community Mall บนพื้นที่ 24 ไร่ ภายใต้มาสเตอร์แพลนที่ดินรวมกว่า 322 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท มีพื้นที่อาคารรวม 16,000 ตารางเมตร รวมร้านค้ากว่า 70 ร้าน ครอบคลุม Health & Wellness, IT และบริการเฉพาะทาง พร้อม Tops และ Sunday Playland เสริมแม่เหล็กด้านอาหารด้วย ร้านค้าในตลาดกว่า 220 ร้าน และร้านอาหารแบบ Dine-in กว่า 30 ร้าน ครบทั้งบุฟเฟต์ ร้านอาหารสุดฮิตรีวิวแน่น และโซนอาหารที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง รวบรวมแบรนด์ดัง ร้านยอดนิยม และร้านอร่อยของคนในพื้นที่ ปั้น Food Destination ที่ตอบโจทย์ตั้งแต่มื้อประจำวัน มื้อดึก ไปจนถึงมื้อสังสรรค์

Ploen รังสิต ยังมีแผนต่อยอดประสบการณ์ด้วยพื้นที่ Co-Creation ทั้งลานกิจกรรม ตลาดต้นไม้ และพื้นที่วิ่ง เชื่อมการจับจ่ายเข้ากับการพักผ่อนและแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ สร้างเหตุผลให้คนในย่านแวะมาได้บ่อย ได้ทุกวัน และใช้เวลาได้หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์และผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้าถึงฐานลูกค้าในชุมชน โดยโรบินสันวางแผนขยาย Ploen เพิ่มอีกปีละ 3 แห่งในปี 2571 และ 2572 รวมเป็น 7 แห่งภายในปี 2572

 

 

ปักหมุด “Riva” ชู Recreation-Led Retail Destination เปิดประสบการณ์รีเทลที่มีการพักผ่อนเป็นหัวใจ

ประเดิม “Riva รามคำแหง” ปี 2571

โรบินสัน เปิดตัว “Riva” โมเดล “Recreation-Led Retail Destination” วางการพักผ่อนและกิจกรรมสันทนาการเป็นหัวใจในการพัฒนา ภายใต้แนวคิด “From Shopping to Leisure Living” ผสานธรรมชาติ อาหาร กิจกรรม เวลเนส และคอมมูนิตี้ สร้างไลฟ์สไตล์เดสติเนชันที่ชวนผู้คนมาค้นพบสิ่งใหม่และใช้เวลาคุณภาพร่วมกัน โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและแลนด์สเคปที่มีเอกลักษณ์ พร้อมพื้นที่พักผ่อนและกิจกรรมที่เติมชีวิตชีวาให้โครงการ เชื่อมความสะดวกในทุกวันเข้ากับแบรนด์กระแสฮิตและประสบการณ์ใหม่ สร้างจุดยืนเฉพาะตัวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าในพื้นที่โดยรอบ

Riva เสริมแม่เหล็กด้วย Dining Experience ที่คัดสรรทั้งร้านอร่อยระดับไอคอนของท้องถิ่น แบรนด์ไทยชื่อดัง และคอนเซปต์อาหารมาแรง ใช้เรื่องราวของอาหารเป็นเสมือนหนังสือเดินทางพาผู้คนออกไปยังที่ต่างๆ ควบคู่กับการปั้น Longevity Destination ที่เชื่อมการดูแลสุขภาวะทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณเข้ากับกิจกรรมไลฟ์สไตล์ พร้อมชูแนวคิด “Every Brand, A Destination” เปิดพื้นที่ให้แบรนด์ถ่ายทอดตัวตนผ่าน Story-Driven Concept Store สร้างประสบการณ์เฉพาะที่ทำให้แต่ละร้านเป็นจุดหมายในตัวเอง เติมเหตุผลให้ลูกค้าอยากมาค้นพบและกลับมาใช้เวลาอย่างต่อเนื่อง

โครงการแรก “Riva รามคำแหง” เตรียมเปิดไตรมาส 1 ปี 2571 ปักหมุดทำเล “Future Gateway of East Bangkok” รับศักยภาพการเติบโตของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก บนที่ดิน 24 ไร่ มูลค่าโครงการกว่า 2,500 ล้านบาท มีพื้นที่อาคารรวม 54,000 ตารางเมตร พื้นที่ให้เช่ารวม 21,000 ตารางเมตร และร้านค้ากว่า 200 ร้าน ถ่ายทอดคอนเซปต์ผ่านการค้นพบความพิเศษในชีวิตประจำวัน ความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ และการสร้างช่วงเวลาที่มีความหมายร่วมกัน โดย
โรบินสันเตรียมขยาย Riva เพิ่มอีกปีละ 1 แห่งในปี 2572 และ 2573 รวมเป็น 3 แห่งภายในปี 2573

ขับเคลื่อน Sustainable Growth สร้าง Positive Impact เชื่อมธุรกิจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ควบคู่กับการขยายพอร์ตธุรกิจ โรบินสัน วางแนวทางเรื่อง “ความยั่งยืน” เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนการเติบโต เชื่อมธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ตั้งแต่ลูกค้า คู่ค้า ไปจนถึงชุมชนในทุกจังหวัดที่เข้าไปดำเนินธุรกิจ พร้อมเดินหน้าด้านสิ่งแวดล้อมตามเป้าหมาย Net Zero ของเซ็นทรัล รีเทล ผ่าน 3 แนวทางหลัก ได้แก่ พลังงานสะอาดและประสิทธิภาพพลังงาน ด้วย Solar Rooftop ที่ติดตั้งแล้ว 25 สาขา ตั้งแต่ปี 2560 - ปัจจุบัน สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 163,238.50 tCO2 หรือทดแทนการปลูกต้นไม้เพื่อดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึงกว่า 18,137,612 ต้น และระบบ AI Chiller Plant Management ที่ใช้ IoT และ AI บริหารระบบปรับอากาศแบบเรียลไทม์ การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผ่านการนำน้ำที่บำบัดแล้วกลับมาใช้ คัดแยกขยะ และต่อยอดวัสดุด้วยการรีไซเคิลและอัปไซเคิล รวมถึง การรองรับไลฟ์สไตล์ที่ยั่งยืน ด้วยจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 30 จุด และการปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เชื่อมประสิทธิภาพการบริหารศูนย์การค้าเข้ากับคุณภาพชีวิตของผู้คนในระยะยาว


ความมุ่งมั่นดังกล่าวยังสะท้อนผ่านความสำเร็จของ โรบินสัน สาขาลพบุรีและสาขาชัยภูมิ ที่คว้ารางวัล “องค์กรที่มีผลงานการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมของภาคธุรกิจดีเด่นระดับจังหวัด ประจำปี 2569 (CSR Award 2026)” จากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยสาขาลพบุรีนำศักยภาพของศูนย์การค้ามาเป็นแพลตฟอร์มสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่น พร้อมสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานและกิจกรรมเพื่อชุมชน ขณะที่สาขาชัยภูมิผนึกกำลังกับโครงการ “เซ็นทรัล ทำ” สนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกอะโวคาโดสายพันธุ์แฮสส์ในอำเภอเทพสถิต สร้างรายได้และต่อยอดสู่ชุมชนต้นแบบเกษตรคาร์บอนต่ำ


“ก้าวต่อไปของโรบินสันคือการนำศักยภาพของทั้ง 3 โมเดลมาสร้างมาตรฐานใหม่ให้ธุรกิจรีเทลไทย เราต้องกล้าคิด กล้าเปลี่ยน และสร้างประสบการณ์ที่ก้าวทันความคาดหวังของผู้คน พร้อมเปลี่ยนทุกทำเลให้เป็นโอกาส เปิดทางให้พันธมิตรและคู่ค้าเติบโต เติมเต็มชีวิตลูกค้า และขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้แข็งแกร่ง เรามุ่งให้ ‘Complete Retail Ecosystem’ เป็นพลังเชื่อมธุรกิจ ผู้คน และเมืองเข้าด้วยกัน เพราะความสำเร็จของเราต้องส่งต่อเป็นความสำเร็จของทุกภาคส่วน” นายเลิศวิทย์ กล่าวสรุป