KKP ชี้หมดยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิม ดัน "เทคโนโลยี-ห่วงโซ่อุปทาน" สู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์
เวที KKP ชี้หมดยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิม ดัน "เทคโนโลยี-ห่วงโซ่อุปทาน" สู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์ ย้ำนักลงทุนต้องอ่านเกมภูมิรัฐศาสตร์ร่วมกับเศรษฐกิจ เพื่อรักษาความมั่งคั่ง

ภูมิทัศน์การลงทุนโลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ ในงานสัมมนาเอ็กซ์คลูซีฟ KKP Meet the Master 2026 “Alpha Engines: Income & Innovation” บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยพันธมิตรระดับโลกอย่าง iShares by BlackRock, Columbia Threadneedle Investments, PGIM และ Fermat Capital Management ได้ร่วมกันฉายภาพระเบียบโลกใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ภาวะ "Fragmentation" หรือการแตกขั้วอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมแนะกลยุทธ์จัดสรรสินทรัพย์เพื่อเอาชนะความผันผวน


โลกได้ก้าวผ่านยุคโลกาภิวัตน์ที่เปิดเสรีทางการค้าและไร้ความขัดแย้งรุนแรงไปแล้ว ปัจจุบันโลกกำลังอยู่ในยุคที่การกีดกันทางการค้าพุ่งสูงขึ้นกว่า 3 เท่าตัวในรอบ 5 ปี ซึ่ง บล.เกียรตินาคินภัทร มองว่าการแตกขั้วครั้งนี้ส่งผลกระทบใน 4 มิติสำคัญ ได้แก่:

1. ด้านสังคม: ปัญหาค่าครองชีพและความแตกแยกภายใน ผลักให้หลายประเทศเน้นนโยบายปกป้องผลประโยชน์ของชาติ มากกว่าความร่วมมือระหว่างประเทศ
2. ด้านเศรษฐกิจ: ก้าวพ้นยุค "เน้นประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำสุด" สู่ยุค "เน้นความมั่นคง" โดยเม็ดเงินลงทุน (FDI) เริ่มไหลเข้าหาประเทศที่มีจุดยืนทางการเมืองใกล้เคียงกัน (Friend-shoring)
3. ด้านภูมิรัฐศาสตร์: ความขัดแย้งไม่ใช่ความเสี่ยงที่เกิดนานๆ ครั้งอีกต่อไป สะท้อนจากงบการทหารทั่วโลกในปี 2023 ที่พุ่งแตะ 2.44 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดเป็นประวัติการณ์
4. ด้านเทคโนโลยี: มหาอำนาจแข่งกันสร้างความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ "เซมิคอนดักเตอร์และ AI" ไม่ใช่แค่สินค้า แต่ถูกยกระดับเป็น "สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์" ของชาติ


สลายกรอบเดิม สู่การจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น (Dynamic Asset Allocation)
ความท้าทายจากโลกแบ่งขั้วทำให้เศรษฐกิจและเงินเฟ้อผันผวน สิ่งที่นักลงทุนต้องระวังคือ ความสัมพันธ์ระหว่าง "หุ้น" และ "พันธบัตร" ที่ในอดีตมักเคลื่อนไหวสวนทางกันและช่วยคานความเสี่ยงได้ (Negative Correlation) ได้เริ่มเปลี่ยนไป ในยุคนี้ที่แรงกดดันด้านเงินเฟ้อและภูมิรัฐศาสตร์สูงขึ้น หุ้นและพันธบัตรอาจปรับตัวลงพร้อมกัน ทำให้พอร์ตดั้งเดิมแบบ 60/40 (หุ้น 60% พันธบัตร 40%) อาจไม่เพียงพอที่จะรับแรงกระแทกในบางสภาวะตลาด
นักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์สู่การจัดพอร์ตแบบยืดหยุ่น (Dynamic Asset Allocation) และมองหาสินทรัพย์ทางเลือกเพื่ออุดรอยรั่วนี้
คัด 4 สินทรัพย์เด่น สร้างสมดุลพอร์ตในโลกยุคแตกขั้ว

บล.เกียรตินาคินภัทร นำเสนอ 4 กลุ่มสินทรัพย์ที่ไม่ได้มีแค่ศักยภาพในการทำกำไร แต่ทำหน้าที่เป็น "กลไกป้องกันความเสี่ยง" ในระเบียบโลกใหม่ ได้แก่:
* K-GTECH: ลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง (Quality Growth) ตอบรับกับมิติการแข่งขันระดับชาติ ที่มองว่าเทคโนโลยี โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน AI คือยุทธศาสตร์สำคัญที่ทุกประเทศและองค์กรต้องลงทุนเพื่อความอยู่รอด
* KKP CAT-UI / CAT-USD-UI (Catastrophe Bonds): ตราสารหนี้ที่อ้างอิงกับอุบัติการณ์ทางธรรมชาติ ทำหน้าที่เป็น "หลุมหลบภัย" ของพอร์ต เพราะผลตอบแทนยึดโยงกับภัยธรรมชาติ จึงไม่ถูกกระทบโดยตรงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือทิศทางดอกเบี้ย
* KKP AAA CLO-USD: เพิ่มรายได้ผ่านตราสารหนี้ที่มีหลักประกันคุณภาพสูงระดับ AAA ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ช่วยปกป้องพอร์ตจากความเสี่ยง กรณีที่ธนาคารกลางอาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนานเพื่อสู้กับเงินเฟ้อในยุคโลกแตกขั้ว
* KKP WIN-UH-R: กองทุนหุ้นโลกสไตล์ Balanced ที่เน้นสร้างกระแสเงินสด (Income) สม่ำเสมอ ถูกออกแบบมาเพื่อลดความผันผวนโดยรวม ช่วยให้นักลงทุนมีกระแสเงินสดรองรับสภาวะตลาดที่คาดเดาได้ยาก
งานสัมมนา KKP Meet the Master 2026 ชี้ให้เห็นว่า แม้โลกที่แตกเป็นหลายขั้วจะนำมาซึ่งความไม่แน่นอน แต่ก็สร้างโอกาสใหม่ๆ เช่นกัน การทำความเข้าใจจุดเชื่อมโยงระหว่างการเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี และตลาดการเงิน ไม่ใช่แค่ข้อได้เปรียบอีกต่อไป แต่เป็น "ความจำเป็น" สำหรับนักลงทุนที่ต้องการรักษาความมั่งคั่งในระยะยาว
ข่าวเกี่ยวข้อง
ออมสิน จับมือ 10 บลจ. หนุนคนไทยลงทุนต่อยอดเงินออมกับ ”ออมสิน The Selected”
intrend online 2026-06-15
KKP ชี้หมดยุคโลกาภิวัตน์แบบเดิม ดัน "เทคโนโลยี-ห่วงโซ่อุปทาน" สู่สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์
intrend online 2026-06-15
LH Bank รุกตลาดเงินฝากสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย รับดอกเบี้ยสูงสุด 5.00% ต่อปี
intrend online 2026-06-12
