Breaking News

SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

ttb reserve เปิดหลักสูตรพิเศษ Wealth Empowerment Program รุ่นที่ 2 ยกระดับผู้นำธุรกิจ

ttb reserve เปิดหลักสูตรพิเศษ Wealth Empowerment Program รุ่นที่ 2 ยกระดับผู้นำธุรกิจ
1
เขียนโดย intrend online 2026-06-16

ttb reserve เปิดหลักสูตรพิเศษ Wealth Empowerment Program รุ่นที่ 2 เสริมศักยภาพผู้นำรุ่นใหม่ พร้อมสร้าง “Quality Networking” ยกระดับผู้นำธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ในโลกธุรกิจที่เผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งการแข่งขัน การบริหารความมั่งคั่ง และการวางแผนส่งต่อธุรกิจครอบครัว ttb reserve เดินหน้ายกระดับการดูแลลูกค้ากลุ่ม Wealth ผ่านการจัด หลักสูตร Wealth Empowerment Program (WE Program) รุ่นที่ 2 โดยร่วมกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โปรแกรมเข้มข้นระยะเวลา 8 สัปดาห์ ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมศักยภาพผู้นำธุรกิจอย่างรอบด้าน โดยเชิญผู้บริหารและเจ้าของธุรกิจชั้นนำรุ่นใหม่ 45 ท่าน ร่วมเรียนรู้เชิงลึกกับผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ครอบคลุมทั้งการพัฒนาตนเองเพื่อเสริมศักยภาพเจ้าของธุรกิจ หลักจิตวิทยาการสื่อสารของผู้นำ กลยุทธ์นวัตกรรมการตลาด แนวคิดใหม่ในการพัฒนาธุรกิจ และการบริหารความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนและเตรียมความพร้อมในการส่งต่อธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้เข้าอบรมได้สร้างเครือข่ายทางธุรกิจ แลกเปลี่ยนมุมมอง และประสบการณ์อันทรงคุณค่า โดยผู้ที่ผ่านการอบรมทั้ง 8 สัปดาห์จะได้รับวุฒิบัตรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ทีทีบี

 


นายฐากร ปิยะพันธ์ ผู้จัดการใหญ่ ทีทีบี กล่าวว่า “การจัด WE Program รุ่นที่ 2 สะท้อนความมุ่งมั่นของทีทีบีในการเป็นพันธมิตรทางการเงินที่อยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงของการเติบโต โดยเราออกแบบหลักสูตรให้ ‘มากกว่าการเรียนรู้’ แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมต่อผู้ประกอบการและผู้นำธุรกิจ ผ่านการสร้าง‘Quality Networking’ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมอง ต่อยอดองค์ความรู้ และพัฒนาความร่วมมือในระยะยาว โดยธนาคารเชื่อว่าการสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนไม่ได้เกิดจากความสำเร็จทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเริ่มจากการพัฒนาผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ เข้าใจผู้คน และสามารถส่งต่อความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างมั่นคง”



ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ได้ให้เกียรติมาเป็นวิทยากรให้กับโครงการและได้ร่วมถ่ายทอดแนวคิดผ่านหัวข้อ Leadership Wisdom โดยชี้ว่า “แม้โลกจะขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี แต่แก่นของภาวะผู้นำยังคงอยู่ที่ความสามารถในการสร้างความไว้วางใจและความผูกพัน ซึ่งเป็นมิติที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ ผู้นำยุคใหม่จึงต้องเปิดรับการเรียนรู้ ลดอัตตา และพัฒนาทักษะการสื่อสารอย่างมีศิลปะ เพื่อหลอมรวมทีมและสร้างความเชื่อมั่น พร้อมยกตัวอย่างบทเรียนจากหลายประเทศ เพื่อสะท้อนแนวทางการยกระดับองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว”
 

 



ขณะที่ รศ.ดร.พัชสิรี ชมภูคำ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาองค์กร และอาจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้นำเสนอแนวคิดการพัฒนาผู้นำเชิงพลวัต (Dynamic Leader) ที่ต้องสามารถรับมือความเปลี่ยนแปลงและใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสม ควบคู่กับการเสริมสร้างทักษะ 5Cs ได้แก่ Connecting, Collaboration, Coaching, Culture-shaping และ Communicating โดยเน้นว่า ผู้นำที่มีประสิทธิภาพคือผู้ที่สามารถเชื่อม “งาน คน และคุณค่า” เข้าด้วยกัน เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืน



“ทีทีบีมุ่งมั่นเป็นพาร์ตเนอร์ทางการเงินที่พร้อมสนับสนุนลูกค้าในทุกมิติ ท่ามกลางความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในโลกธุรกิจปัจจุบัน การเสริมสร้างวิสัยทัศน์ด้านการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม รวมถึงพัฒนาทักษะความเป็นผู้นำองค์กร จะช่วยยกระดับศักยภาพของกลุ่มลูกค้า Wealth ให้เติบโตได้อย่างมั่นคง พร้อมสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีทั้งในวันนี้และอนาคต” นายฐากร กล่าวปิดท้าย