SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร ยกระดับการวิเคราะห์เอกสารการเงิน
SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร ยกระดับการวิเคราะห์เอกสารการเงินไทยด้วย Document Intelligence พร้อมยื่นจดสิทธิบัตรเทคโนโลยีหลัก
กรุงเทพฯ, 23 กรกฎาคม 2569 - SCBX กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีทางการเงินชั้นนำของประเทศ เปิดตัว “CORA” (Credit Optimization and Revolution with AI) ระบบปัญญาประดิษฐ์สำหรับอ่าน วิเคราะห์ และตอบคำถามจากเอกสารภาษาไทยที่มีความซับซ้อน โดยเริ่มต้นจากรายงานประจำปีแบบ 56-1 ซึ่งเป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญของตลาดทุนไทย การพัฒนา CORA สะท้อนความมุ่งมั่นของ SCBX ในการสร้างเทคโนโลยี AI ที่ออกแบบมาเพื่อบริบทของประเทศไทยโดยเฉพาะ ทั้งในด้านภาษา โครงสร้างข้อมูล และข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ
เทคโนโลยีหลักของ CORA ได้รับการยื่นจดสิทธิบัตรโดยทีมวิจัยและพัฒนา SCBX ร่วมกับ ทีม SCB Operational Risk Analytics and Development ครอบคลุมนวัตกรรมสำคัญของระบบ และตอกย้ำแนวทางของกลุ่มในการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กรเอง เพื่อเสริมขีดความสามารถด้าน AI ในระยะยาว

คุณกวีวุฒิ เต็มภูวภัทร Chief Innovation Officer บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) (SCBX) และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด (SCB 10X) กล่าวว่า “การเปิดตัว CORA สะท้อนวิสัยทัศน์ของ SCBX ในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็น AI-first อย่างแท้จริง เราไม่ได้เพียงนำ AI มาใช้งาน แต่ลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง และยื่นจดสิทธิบัตรเพื่อสร้างขีดความสามารถด้าน AI ภายในองค์กรอย่างยั่งยืน”
“แนวทางนี้ช่วยให้เราสามารถออกแบบระบบที่ตอบโจทย์บริบทของประเทศไทยได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านภาษา โครงสร้างข้อมูล และกฎระเบียบ พร้อมทั้งลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอก และสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขันในระยะยาว”
คุณอรศิริ เสรีสันติวงศ์ Head of SCB Operational Risk Analytics and Development ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “CORA เป็นแพลตฟอร์ม AI ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กรสำหรับธุรกิจสินเชื่อภาคธุรกิจ (Corporate Lending) โดยใช้เทคโนโลยี Generative AI เพื่อสนับสนุนกระบวนการวิเคราะห์และพิจารณาสินเชื่อ ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ความเสี่ยง การวิเคราะห์งบการเงิน การจัดทำ Credit Memo และการคาดการณ์กระแสเงินสด (Cash Flow Forecasting)”
“CORA ช่วยยกระดับคุณภาพการประเมินความเสี่ยง เพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจและประสิทธิภาพในการให้สินเชื่อ รวมทั้งลดความเสี่ยงด้านปฏิบัติการ โดยดำเนินงานภายใต้หลักการ Responsible AI ที่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้า”
AI Analyst ที่อ่านเอกสารการเงินไทยได้อย่างเข้าใจบริบท
CORA ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือน “นักวิเคราะห์การเงินด้วย AI” ที่สามารถอ่านและตีความเอกสารเชิงโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ แตกต่างจากระบบ AI ทั่วไปที่อาจลดทอนโครงสร้างของเอกสารหรือทำให้ความสัมพันธ์ของข้อมูลสูญหาย โดย CORA สามารถรักษาลำดับชั้นของเนื้อหา ความเชื่อมโยงระหว่างตาราง และบริบทภาษาไทยทางการเงินไว้ได้อย่างครบถ้วน ช่วยให้การวิเคราะห์มีความแม่นยำ โปร่งใส และตรวจสอบได้มากยิ่งขึ้น
ขีดความสามารถสำคัญของ CORA ประกอบด้วย
การตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกคำตอบ (Full Traceability) โดยเชื่อมโยงคำตอบกลับไปยังแหล่งข้อมูลในเอกสารต้นทางได้อย่างชัดเจน การรองรับโครงสร้างข้อมูลและตารางที่ซับซ้อน เพื่อรักษาความสัมพันธ์ของข้อมูลตามรูปแบบเอกสารจริงในภาคการเงิน Multi-hop Reasoning ที่ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลจากหลายส่วนของเอกสาร เพื่อสร้างคำตอบที่ครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น
เพิ่มประสิทธิภาพงานวิเคราะห์และการกำกับดูแลความเสี่ยง
CORA ช่วยยกระดับรูปแบบการทำงานของนักวิเคราะห์การลงทุนและผู้ปฏิบัติงานด้านความเสี่ยง โดยลดระยะเวลาในการวิเคราะห์เอกสารจากหลายชั่วโมงเหลือเพียงไม่กี่วินาที ผู้ใช้งานสามารถตั้งคำถามด้วยภาษาธรรมชาติ และได้รับคำตอบที่มีโครงสร้าง พร้อมอ้างอิงแหล่งข้อมูลในเอกสารอย่างครบถ้วน
สำหรับงานกำกับดูแลและการบริหารความเสี่ยง ระบบสามารถช่วยตรวจสอบความครบถ้วนของการเปิดเผยข้อมูล ระบุประเด็นความเสี่ยง และจัดโครงสร้างข้อมูลเพื่อสนับสนุนการประเมินได้อย่างเป็นระบบ ช่วยเพิ่มทั้งความเร็ว ความสม่ำเสมอ และมาตรฐานในการตรวจสอบเอกสาร
ต่อยอดเทคโนโลยีสู่หลากหลายอุตสาหกรรม
แม้ CORA จะเริ่มต้นจากการวิเคราะห์เอกสารการเงิน แต่เทคโนโลยีเบื้องหลังของระบบ อาทิ การตรวจจับโครงสร้างเอกสาร การวิเคราะห์ตารางเชิงโครงสร้าง และการใช้ AI reasoning สามารถต่อยอดไปสู่เอกสารประเภทอื่นที่มีความซับซ้อน เช่น สัญญาทางกฎหมาย กรมธรรม์ประกันภัย และเอกสารด้านกฎระเบียบในอุตสาหกรรมต่างๆ ได้ในอนาคต
ก้าวสำคัญสู่ AI-first organization ของ SCBX
การพัฒนา CORA เป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ SCBX ในการเดินหน้าสู่การเป็น องค์กรที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-first organization) ด้วยการสร้างเทคโนโลยีภายในองค์กรที่สามารถควบคุมคุณภาพ ปรับแต่งให้เหมาะกับการใช้งานจริง และตอบโจทย์บริบทของตลาดไทยได้อย่างลึกซึ้ง
CORA เกิดจากความร่วมมือของทีมต่างๆ ภายในกลุ่มเอสซีบีเอกซ์ ได้แก่ ทีมธุรกิจ ทีมเทคโนโลยี และทีมวิจัยและพัฒนา โดยนำโจทย์จากการใช้งานจริงในงานสินเชื่อและการบริหารความเสี่ยง มาผสานกับความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม AI และการวิจัยเชิงลึก เพื่อพัฒนาเป็นโซลูชันระดับองค์กรที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง และสร้างคุณค่าเชิงธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม
CORA จึงไม่ใช่เพียงระบบ AI สำหรับวิเคราะห์เอกสาร แต่เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสร้างนวัตกรรมจากภายในองค์กรที่เข้าใจทั้งภาษา ธุรกิจ และกฎระเบียบของประเทศ สะท้อนบทบาทของ SCBX ในการยกระดับมาตรฐาน Document Intelligence และเสริมความเป็นผู้นำด้าน AI ในอุตสาหกรรมการเงินไทย

AEC ผู้นำกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา คุมงานก่อสร้างรถไฟสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มธ. ศูนย์รังสิต มูลค่าก่อสร้างกว่า 6,057 ล้านบาท
บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด หรือ AEC บริษัทในกลุ่มบริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI เดินหน้าสานต่อบทบาทในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของประเทศ ในฐานะผู้นำกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
โดยนายไพบูลย์ โชคไพรสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AEC ได้ลงนามสัญญาจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างโครงการดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีมูลค่างานก่อสร้างกว่า 6,057 ล้านบาท สะท้อนความเชื่อมั่นในศักยภาพของ AEC ด้านการบริหารและควบคุมงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาโครงข่ายระบบรางของประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทางของประชาชน
โครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต–มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต มีระยะทาง 8.84 กิโลเมตร เป็นทางรถไฟระดับดิน พร้อมก่อสร้างสถานีใหม่จำนวน 4 สถานี ได้แก่ สถานีคลองหนึ่ง สถานีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สถานีเชียงราก และสถานีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยพื้นที่ก่อสร้างส่วนใหญ่อยู่บนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย บริเวณด้านขวาของแนวทางรถไฟเดิม
โครงการมีกำหนดใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 36 เดือน และคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดให้บริการในปี 2572 เมื่อเปิดให้บริการแล้ว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างจังหวัดปทุมธานีกับกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟชานเมืองสายสีแดงได้อย่างต่อเนื่อง และเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงสถานศึกษา แหล่งงาน และชุมชนสำคัญ
นอกจากนี้ ยังช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร ส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและพื้นที่โดยรอบสถานี รวมถึงสนับสนุนให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น
ข่าวเกี่ยวข้อง
SCBX เปิดตัว “CORA” AI Analyst ที่พัฒนาขึ้นภายในองค์กร ยกระดับการวิเคราะห์เอกสารการเงิน
Intrend online 2026-07-23
