Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

คปภ. เปิดเวทีเกียรติยศ Prime Minister’s Insurance Awards 2026

คปภ. เปิดเวทีเกียรติยศ Prime Minister’s Insurance Awards 2026
51
เขียนโดย intrend online 2026-09-04

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) จัดพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 หรือ Prime Minister’s Insurance Awards 2026 ภายใต้แนวคิด “Resilience begins with insurance” - ยืดหยุ่นต่อทุกความเสี่ยง ยืนหยัดด้วยประกันภัย ณ ห้องบางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ บีทู โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยได้รับเกียรติจาก ท่านลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี เพื่อเชิดชูเกียรติองค์กร บุคลากร และผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวงการประกันภัยไทย สะท้อนถึงมาตรฐาน ศักยภาพ และความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมที่พร้อมก้าวสู่อนาคตท่ามกลางความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า Prime Minister’s Insurance Awards เป็นเวทีเกียรติยศสำคัญของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย เพื่อยกย่ององค์กรและบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น ทั้งด้านการบริหารจัดการ การสร้างสรรค์นวัตกรรม การดำเนินธุรกิจอย่างมีธรรมาภิบาล ตลอดจนการสร้างคุณค่าแก่ประชาชนและสังคม โดยความสำเร็จของผู้ได้รับรางวัลในปีนี้ สะท้อนถึงการยกระดับอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความเข้มแข็งและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ขณะเดียวกันระบบประกันภัยยังมีบทบาทสำคัญในฐานะ “เสาหลักและตาข่ายรองรับความปลอดภัยทางสังคมและเศรษฐกิจ” ช่วยสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องเผชิญอุบัติภัยและภัยพิบัติ ซึ่งที่ผ่านมาได้เห็นพลังความร่วมมือของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในการลงพื้นที่ ช่วยเหลือ และเยียวยาประชาชนอย่างทันท่วงที สะท้อนให้เห็นว่า “ประกันภัยไม่ใช่เพียงกระดาษสัญญา แต่คือคำมั่นสัญญาแห่งความหวัง”

เลขาธิการ คปภ. กล่าวต่อว่า จากพลังความร่วมมือของสำนักงาน คปภ. และภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ที่ร่วมกันยกระดับมาตรฐาน พัฒนานวัตกรรม และขยายการเข้าถึงความคุ้มครองให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม ส่งผลให้ระบบประกันภัยมีบทบาทต่อเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความตระหนักรู้และความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบประกันภัย “และในปี 2569 ทุกภาคส่วนพร้อมผนึกกำลังเร่งขับเคลื่อนอุตสาหกรรม เพื่อผลักดันเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงให้แตะระดับ 1 ล้านล้านบาทเป็นครั้งแรก นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนศักยภาพ ความแข็งแกร่ง และความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบประกันภัยไทย” โดยพลังขับเคลื่อนดังกล่าวเกิดจาก “หนึ่งสมอง สองมือ และหนึ่งหัวใจ” ที่พร้อมร่วมกันพยุงเศรษฐกิจและสังคมไทยให้ก้าวผ่านทุกความเสี่ยง

สำหรับพิธีมอบรางวัลประกันภัยดีเด่นครบวงจร ประจำปี 2569 ถือเป็นเวทีแห่งเกียรติยศที่สะท้อนศักยภาพและความเป็นเลิศขององค์กรและบุคลากรในแวดวงประกันภัยไทย ครอบคลุมทั้งบริษัทประกันภัย ตัวแทนและนายหน้าประกันภัย ผู้ประเมินวินาศภัย และผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และระบบประกันภัย ตลอดจนผลงานด้านนวัตกรรมเทคโนโลยี ความยั่งยืน และการขยายการเข้าถึงการประกันภัยของประชาชน โดยปีนี้มี 10 ประเภทรางวัล รวมทั้งสิ้น 60 รางวัล ได้แก่

1. รางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น แบ่งเป็นประเภทรางวัล แบ่งเป็น บริษัทประกันชีวิตที่มีการบริหารงานดีเด่น ได้แก่ อันดับที่ 1 บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) อันดับที่ 2 บริษัท เอไอเอ จำกัด อันดับที่ 3 บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และรางวัลบริษัทประกันวินาศภัยเกียรติยศสูงสุดที่มีการบริหารดีเด่น (Hall of Fame) ได้แก่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการบริหารงานดีเด่น ได้แก่ อันดับที่ 1 บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) อันดับที่ 2 บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ จำกัด สาขาประเทศไทย อันดับที่ 3 บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

2. รางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาดีเด่น ได้แก่ รางวัลบริษัทประกันชีวิตที่มีการพัฒนาดีเด่น ได้แก่ บริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ รางวัลบริษัทประกันวินาศภัยที่มีการพัฒนาดีเด่น ได้แก่ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน)

3. รางวัลบริษัทประกันภัยและรางวัลนายหน้าประกันภัยนิติบุคคลที่มีการส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัย เพื่อประชาชนดีเด่น แบ่งเป็น รางวัลบริษัทประกันชีวิต ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) รางวัลบริษัทประกันวินาศภัย ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัทนายหน้าประกันวินาศภัยนิติบุคคล ได้แก่ บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด

4. รางวัลบริษัทประกันภัยที่สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น ได้แก่ รางวัลบริษัทประกันชีวิต ได้แก่ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และรางวัลบริษัทประกันวินาศภัย ได้แก่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน)

5. รางวัลบริษัทประกันภัยที่มีการพัฒนาด้านความยั่งยืนในธุรกิจประกันภัยดีเด่น ได้แก่ รางวัลบริษัทประกันชีวิต ได้แก่ บริษัท เอไอเอ จำกัด และรางวัลบริษัทประกันวินาศภัย ได้แก่ บริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน)

6. รางวัลผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสำนักงาน คปภ. และระบบประกันภัย ได้แก่ คุณไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) คุณณัฐพงษ์ สงวนจิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี คุณวิทยา จันทน์เสนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธานกรรมการบริษัท ทีคิวเอ็ม อัลฟา จำกัด (มหาชน) คุณทรงพล จังศิริวัฒนธำรง ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา และ ดร.รุ่งเกียรติ รัตนบานชื่น ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

7. รางวัลตัวแทนประกันภัยคุณภาพดีเด่น ได้แก่ รางวัลตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น จำนวน 18 ราย และรางวัลตัวแทนประกันวินาศภัยคุณภาพดีเด่น จำนวน 2 ราย

8. รางวัลนายหน้าประกันภัยนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น แบ่งเป็น รางวัลนายหน้าประกันชีวิตนิติบุคคลคุณภาพดีเด่น ได้แก่ บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด และบริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด รางวัลนายหน้าประกันวินาศภัย นิติบุคคลคุณภาพดีเด่น ได้แก่ บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีที อินชัวรันซ์ โบรกเกอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด บริษัท ยูพีดี โบรคเกอร์ จำกัด และ บริษัท เอ เอ็น ซี โบรกเกอร์เรจ จำกัด

9. รางวัลผู้ประเมินวินาศภัยคุณภาพดีเด่น ได้แก่ บริษัท ครอฟอร์ด แอนด์ คัมพะนี (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท แม็คลาเรนส์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท โกลบอล แอดจัสติ้ง เทคนิคอล เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด

10. รางวัลการประกวดยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่ดีเด่น แบ่งเป็น การประกวดยุวชนนักสื่อสารประกันภัยรุ่นใหม่ (Insurefluencer the new GEN 2026) ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ วิทยาลัยเทคนิคกำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 โรงเรียนสามร้อยยอดวิทยาคม จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ รางวัลรองชนะเลิศอันอับ 2 โรงเรียนปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ การประกวดสื่อสร้างสรรค์ (School Media Creator Award 2026) แบ่งเป็น ประเภทไมโครอินชัวรันส์ (Microinsurance) ดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนพิบูลย์รักษ์พิทยา จังหวัดอุดรธานี ประเภทคนกลางประกันภัยดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนวังวิเศษ จังหวัดตรัง และประเภทร้านอาหารอุ่นใจ มีประกันภัยคุ้มครองดีเด่น รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนสายธรรมจันทร์ จังหวัดราชบุรี

ในโอกาสนี้ ท่านลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้แสดงความยินดีต่อผู้ได้รับรางวัล พร้อมชื่นชมบทบาทของภาคอุตสาหกรรมประกันภัยในการสร้างความเชื่อมั่นและเสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยกล่าวว่า อุตสาหกรรมประกันภัยไทยมีความเข้มแข็งจากการกำกับดูแลของสำนักงาน คปภ. ที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ขณะเดียวกัน Insurance Penetration ยังสะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและพื้นที่ในการเติบโตของอุตสาหกรรมประกันภัยไทยได้อีกมาก ซึ่งการขยายการเข้าถึงประกันภัยจำเป็นต้องอาศัยหลายปัจจัย ทั้งการสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน การพัฒนาเทคโนโลยี และการยกระดับการให้บริการ โดยเฉพาะในยุคดิจิทัลที่ภาคประกันภัยต้องนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อก้าวข้ามอุปสรรคและข้อจำกัดเดิม ผ่านกลไกสำคัญ “3 e” ได้แก่ e-KYC (Electronic Know Your Customer) การรู้จักและพิสูจน์ตัวตนลูกค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ e-Policy กรมธรรม์ประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์ และ e-Claim การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งหากสามารถขับเคลื่อนทั้ง 3 ส่วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้อุตสาหกรรมประกันภัยก้าวข้ามอุปสรรคสำคัญ เพิ่มการเข้าถึงประกันภัย และตอบโจทย์เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงโอกาสใหม่ของอุตสาหกรรมประกันภัยในการยกระดับบทบาทของ “ประกันภัย” ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารและถ่ายโอนความเสี่ยง โดยเฉพาะการเข้ามาช่วยรองรับและแบ่งเบาความเสี่ยงของภาครัฐ ดังเช่นการประกันภัยข้าวที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคประกันภัย และสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเครื่องมือประกันภัยในการบริหารความเสี่ยงได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยหนึ่งในโอกาสสำคัญในระยะต่อไปคือ “ค่ารักษาพยาบาล” ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ภาครัฐรับภาระอยู่ในปัจจุบัน และเชื่อมั่นว่าอุตสาหกรรมประกันภัยไทยมีศักยภาพที่จะเข้ามาช่วยรองรับและแบ่งเบาความเสี่ยงดังกล่าวได้ โดยหัวใจสำคัญคือการมีข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลที่ครบถ้วนและเชื่อมโยงกัน

ทั้งจากโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กลุ่มโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย และระบบภาครัฐ เพื่อให้มีข้อมูลและสถิติที่เพียงพอสำหรับการรับประกันภัยในอนาคต พร้อมเชื่อมั่นว่าด้วยความแข็งแกร่งและความพร้อมของอุตสาหกรรมประกันภัยไทย จะสามารถขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในเสาหลักด้านการประกันภัยของภูมิภาคอาเซียน และหวังว่ารางวัลแห่งความสำเร็จที่ได้รับในครั้งนี้ จะเป็นทั้งความภาคภูมิใจและแรงผลักดันในการร่วมกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้ก้าวหน้าและเข้มแข็งยิ่งขึ้นต่อไป