Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน --- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ***  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

ซัมซุงรุกขยายตลาด B2B เปิดตัวเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ความจุใหญ่

ซัมซุงรุกขยายตลาด B2B เปิดตัวเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ความจุใหญ่
50
เขียนโดย intrend online 2026-10-21

ซัมซุงรุกขยายตลาด B2B เปิดตัวเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ความจุใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย

- เสริมทัพนวัตกรรมใหม่: ซัมซุงเปิดตัวเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ความจุใหญ่ 3 รุ่น แบ่งออกเป็นเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ 1 รุ่น และเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ 2 รุ่น แบบระบบแก๊ส และระบบไฟฟ้า เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของภาคธุรกิจทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย

- สเปกทรงพลังเพื่อธุรกิจ: เครื่องซักผ้าซัมซุงเชิงพาณิชย์ (WF9100F) ขนาดความจุ 18 กิโลกรัม ผสานเทคโนโลยี Bubble Wash และมอเตอร์ Direct Drive อินเวอร์เตอร์ พร้อมด้วย เครื่องอบผ้าซัมซุงเชิงพาณิชย์ (DV9100F) แบบท่อลมร้อนความจุ 14 กิโลกรัม ถังซักสเตนเลสสตีลแท้ พร้อมโปรแกรมการอบและเวลาอบผ้าหลากหลาย มีให้เลือกทั้งระบบแก๊สและระบบไฟฟ้า

- ตอบโจทย์ทุกความต้องการ: เติมเต็มไลน์อัปเครื่องซัก-อบผ้าขนาดกะทัดรัดด้วยตัวเลือกความจุใหญ่รุ่นใหม่ ที่พร้อมรองรับทุกโจทย์ธุรกิจ B2B ในภูมิภาคได้อย่างรอบด้าน

 


โซลูชันเครื่องซักอบผ้าเชิงพาณิชย์ซัมซุงสำหรับ B2B :
เครื่องซักผ้าซัมซุงเชิงพาณิชย์ (รุ่น WF9100F)
และเครื่องอบผ้าซัมซุงเชิงพาณิชย์ (รุ่น DV9100F)


กรุงเทพฯ – 21 ตุลาคม 2569 – ท่ามกลางภาคอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความต้องการโซลูชันเครื่องซักอบผ้าเชิงพาณิชย์สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือเครื่องซักและอบผ้าที่จัดการผ้าปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว วางใจได้ และใช้พื้นที่ทุกตารางเมตรได้อย่างคุ้มค่าที่สุด เจ้าของธุรกิจต่างมองหาเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบที่ช่วยบริหารจัดการงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยสมรรถนะและความเสถียรที่ไว้วางใจได้

ด้วยจุดเด่นด้านการบริหารทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการดูแลรักษาที่สะดวกราบรื่น เครื่องซักและอบผ้าเชิงพาณิชย์รุ่นใหม่จากซัมซุง จึงถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ได้แก่:

- ร้านสะดวกซักและผู้ให้บริการแบบบริการตนเอง: รายได้ที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมือง และครัวเรือนยุคใหม่ที่มีสมาชิกคนเดียวหรือมีรายได้สองทาง กำลังผลักดันให้ความต้องการบริการซักอบผ้าที่ประหยัดเวลาอย่างร้านสะดวกซักพุ่งสูงขึ้น

- ธุรกิจโรงแรมและสถาบันการแพทย์: เครื่องซักผ้าความจุใหญ่ช่วยให้โรงแรม รีสอร์ต โรงพยาบาล และผู้ให้บริการซักอบผ้า จัดการผ้าปูที่นอน ผ้าขนหนู และลินินจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว รองรับงานหนักประจำวัน ให้เสร็จเร็วขึ้น ใช้เวลาน้อยลง

- ธุรกิจอื่น ๆ ที่ต้องดูแลเรื่องผ้า: ช่วยให้ธุรกิจประเภทสปาหรือร้านเสริมสวยสามารถทำความสะอาดผ้าขนหนูและผ้าลินินได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องตลอดวัน ช่วยลดการพึ่งพาบริการซักรีดภายนอกได้อย่างสิ้นเชิง

โซลูชันเครื่องซักอบผ้าเชิงพาณิชย์ซัมซุงสำหรับ B2B พร้อมวางจำหน่ายแล้วทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย นำร่องในประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยนำความเชี่ยวชาญของซัมซุงไปยกระดับอุปกรณ์และต่อยอดโมเดลสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการในภูมิภาค

ประสิทธิภาพทรงพลังและทำงานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เครื่องซักและอบผ้าซัมซุง ออกแบบมาเพื่อภาคธุรกิจที่ต้องรับมือกับผ้ากองโตทุกวัน โดยผสานความจุขนาดใหญ่เข้ากับรอบการทำงานที่รวดเร็ว ช่วยจัดการผ้าปริมาณมากได้เร็วในจำนวนรอบที่น้อยลง

- ซักผ้าปริมาณมากได้อย่างจุใจ: เครื่องซักผ้าซัมซุงเชิงพาณิชย์ มาพร้อมถังซักความจุใหญ่ถึง 18 กิโลกรัม รองรับผ้ากองโตได้ในคราวเดียว แม้แต่ผ้าชิ้นใหญ่อย่างผ้าห่ม ผ้าม่าน หรือผ้านวมผืนหนา และเมื่อเลือกใช้โปรแกรมปกติ (Normal) สามารถซักเสร็จไวในเวลาเพียง 36 นาที [1] พร้อมตัวเลือกโปรแกรมซักรวม 6 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Heavy Duty, Synthetics, Delicates, Clean Wash และ Rinse+Spin

- ซักสะอาดล้ำลึกด้วย Bubble Wash: เทคโนโลยี Bubble Wash ช่วยละลายและเปลี่ยนน้ำยาซักผ้าให้เป็นฟองแทรกซึมลึกเข้าสู่เส้นใยได้อย่างรวดเร็ว เพื่อการทำความสะอาดที่ทรงพลัง พร้อมหัวฉีดสเปรย์น้ำพลังสูงที่ช่วยชะล้างคราบฝังแน่นและคราบน้ำยาซักผ้าตกค้างได้อย่างหมดจด

- อบผ้าแห้งเร็วประหยัดเวลามากขึ้น: เครื่องอบผ้าซัมซุงเชิงพาณิชย์ มีให้เลือกทั้งระบบแก๊ส และระบบไฟฟ้า ความจุใหญ่ 14 กิโลกรัม มาพร้อมระบบท่อระบายลมร้อน (Vent system) ที่ช่วยให้อบผ้าห่ม ผ้านวมคิงไซซ์ หรือผ้าที่บอบบางให้แห้งไว มีโปรแกรมการอบให้เลือกทั้ง Normal, Heavy Duty, Synthetics, Delicates และตัวเลือกอบด่วน 10 หรือ 20 นาที

ดีไซน์แกร่ง ทนทาน เพื่อการใช้งานระยะยาว

เครื่องซักและอบผ้ามอบประสิทธิภาพที่เสถียรและรองรับการใช้งานหนักหน่วงในระยะยาว แม้ต้องซักผ้าปริมาณมากเป็นประจำ

- ทำงานอย่างมั่นใจด้วยดีไซน์ไร้สายพาน (Beltless Design): มอเตอร์ Direct Drive พร้อมเทคโนโลยีอินเวอร์เตอร์ในเครื่องซักผ้า เชื่อมต่อเข้ากับถังซักโดยตรง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียร พร้อมดีไซน์ไร้สายพานที่ช่วยเสริมความทนทานและความมั่นใจในระยะยาว

- VRT+™ ลดแรงสั่นสะเทือน: เทคโนโลยี VRT+™ (Vibration Reduction Technology Plus) ในเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ใช้เซนเซอร์ MEMS (Micro-Electro-Mechanical System) ตรวจจับแรงสั่นสะเทือน พร้อมระบบบาลานซ์ลูกบอลช่วยลดแรงสั่นระหว่างซักได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ปั่นด้วยความเร็วสูง [2]

- ออกแบบมาให้ใช้งานได้ยาวนาน: ถังซักเครื่องอบผ้าทำจากสเตนเลสสตีลทนความร้อนสูง ไร้กังวลเรื่องรอยขีดข่วนหรือรอยบิ่นจากซิปโลหะไม่เหมือนถังเคลือบหรือถังพลาสติกทั่วไป พื้นผิวจึงเรียบเนียน ถนอมเนื้อผ้า และไม่เป็นสนิมหรือเปลี่ยนสีไปตามกาลเวลา


ดีไซน์ประหยัดพื้นที่และวางซ้อนได้อย่างปลอดภัย เครื่องซักและอบผ้าถูกออกแบบมาให้ลงตัวกับทุกพื้นที่ ตั้งแต่ร้านค้าขนาดเล็กไปจนถึงร้านสะดวกซักเต็มรูปแบบ มอบความยืดหยุ่นสูงสุดในการจัดวางเลย์เอาต์พื้นที่ซักรีด

- ดีไซน์วางซ้อนได้ ประหยัดพื้นที่ใช้งาน: เครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ของซัมซุง มาพร้อมแผงควบคุมที่ด้านล่าง ช่วยให้ติดตั้งซ้อนทับบนเครื่องซักผ้าในแนวตั้งได้อย่างมั่นคงปลอดภัย [3] ปลดล็อกพื้นที่ใช้สอยและอำนวยความสะดวกในการติดตั้งเครื่องจำนวนมากแม้ในพื้นที่จำกัด

- ประตูเปิดสลับด้านได้เพื่อความยืดหยุ่นในการติดตั้ง: ประตูเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ของซัมซุง สามารถเลือกเปิดได้ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ช่วยให้ติดตั้งเครื่องภายใต้ข้อจำกัดเรื่องผนังหรือสิ่งกีดขวางได้อย่างยืดหยุ่น เมื่อติดตั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบวางข้างกัน (Side-by-side) จะสามารถติดตั้งประตูให้เปิดออกในทิศทางตรงกันข้าม เพื่อให้หยิบผ้าเข้าออกได้สะดวกสบาย

- มีตัวเลือกพลังงานที่หลากหลายตามความต้องการใช้งาน: เครื่องอบผ้ามีให้เลือกทั้งรุ่นใช้แก๊สและรุ่นระบบไฟฟ้า [4] มอบทางเลือกที่ตอบโจทย์รูปแบบการดำเนินงานของแต่ละสถานประกอบการได้อย่างลงตัว

การจัดการที่สะดวกสบาย เพื่อเพิ่มรายได้และรักษาความสะอาดของเครื่อง

ฟีเจอร์การจัดการอัจฉริยะในตัวช่วยให้เจ้าของธุรกิจควบคุมรายได้และดูแลรักษาเครื่องให้อยู่ในสภาพที่ดีเยี่ยม โดยใช้แรงน้อยที่สุด

-ใช้งานสะดวกสำหรับเจ้าของธุรกิจ: โหมด Manager Mode ช่วยให้ปรับแต่งค่าการซักผ้าได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งการปรับระยะเวลารอบซัก ระดับน้ำ และเวลาปั่นหมาด

-บำรุงรักษาง่าย ทั้งเครื่องซักและเครื่องอบผ้า:

รอบซัก Drum Clean ทำความสะอาดถังเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ของซัมซุง ได้สะอาดหมดจดโดยไม่ใช้น้ำยาซักผ้า ผสานระบบแช่ ขยับเป็นจังหวะ และปั่นความเร็วสูงเพื่อกำจัดแบคทีเรียในถังซักได้สูงสุด 99.9% [5] พร้อมหัวฉีดน้ำพลังสูงที่ช่วยลดคราบสกปรกบริเวณขอบประตู

เซนเซอร์ท่อลมร้อนในเครื่องอบผ้าเชิงพาณิชย์ของซัมซุง คอยตรวจสอบช่องระบายอากาศและส่งสัญญาณเตือนเมื่อถึงเวลาทำความสะอาด ช่วยรักษาประสิทธิภาพการอบผ้าให้ดีเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง

กรณีศึกษา

ซัมซุงเดินหน้าเสริมแกร่งศักยภาพรุกตลาด B2B พร้อมตอบสนองความต้องการที่หลากหลายด้วยการเปิดตัวเครื่องซักและอบผ้าเชิงพาณิชย์รุ่นความจุใหญ่ ซึ่งต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของซัมซุงด้านการออกแบบเครื่องซักผ้าและอบผ้าขนาดเล็กและกลางที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ โดยมีตัวอย่างความสำเร็จของเครื่องซักผ้าและอบผ้าเชิงพาณิชย์จากหลายธุรกิจทั่วภูมิภาค ดังนี้

 


TiTi Laundry (ประเทศเวียดนาม): ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ เวียดนาม ร่วมกับ WW Vietnam และ TiTi Laundry เปิดตัวร้าน TiTi Laundry สาขาใหม่อย่างเป็นทางการ ณ เลขที่ 75 ถนน 79 แขวงตันฮัง โฮจิมินซิตี้ เพื่อนำโซลูชันเครื่องซักอบผ้าเชิงพาณิชย์ให้เข้าถึงผู้ประกอบการและนักลงทุนชาวเวียดนามมากยิ่งขึ้น โดยร้านดังกล่าวให้บริการซักอบผ้าแบบบริการตนเองตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และเลือกใช้เครื่องซักผ้าและอบผ้าจากซัมซุงทั้งหมด

Washwell - โซลูชันซักอบผ้าเอาต์ซอร์ซ (ประเทศฟิลิปปินส์): ซัมซุง ฟิลิปปินส์ ติดตั้งโซลูชันซักอบผ้าเชิงพาณิชย์ ให้แก่ Washwell เพื่อสนับสนุนการบริการกลุ่มลูกค้าโรงแรมชั้นนำในกรุงมะนิลา เช่น Ibis, Ascott และ Citadines โดย Washwell ไว้ใจเลือกใช้เครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ของซัมซุงในการบริหารจัดการชุดยูนิฟอร์มพนักงานและผ้าสำหรับแขกโรงแรมอย่างมีประสิทธิภาพ

โครงการที่อยู่อาศัย (ประเทศฟิลิปปินส์): ซัมซุง ฟิลิปปินส์ ร่วมมือกับนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำในการติดตั้งห้องซักอบผ้าแบบบริการตนเอง สำหรับลูกบ้านในโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ 4 อาคาร รวม 2,000 ยูนิต ซึ่งคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จภายในต้นปี 2027 พร้อมแผนเตรียมขยายความร่วมมือเพิ่มเติมในอนาคต

หอพักคนงาน (ประเทศสิงคโปร์): ซัมซุงสนับสนุนการติดตั้งเครื่องซักผ้าเชิงพาณิชย์ ภายในหอพักในประเทศสิงคโปร์ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กลุ่มคนงานสามารถเข้าถึงโซลูชันการซักอบที่มีประสิทธิภาพ และสวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาดสดใส