Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน --- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ***  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

สยามพิวรรธน์ ต้อนรับผู้ร่วมประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026

สยามพิวรรธน์ ต้อนรับผู้ร่วมประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026
42
เขียนโดย intrend online 2026-10-09

สยามพิวรรธน์ พร้อมต้อนรับผู้ร่วมประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ตอกย้ำศักยภาพไทยบนเวทีโลก จัดเต็มมหกรรมอีเว้นท์ถ่ายทอดคุณค่าอัตลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ

กรุงเทพฯ : 9 ตุลาคม 2569 - กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ ผู้นำในการพัฒนาแลนด์มาร์กระดับโลกของประเทศไทย พร้อมร่วมเป็นส่วนสำคัญในการต้อนรับผู้เข้าร่วม การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก หรือ The IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ซึ่งประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งสำคัญระดับโลก ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 โดยเตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตาผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย นักธุรกิจ นักลงทุน และผู้แทนจาก 191 ประเทศทั่วโลก ตลอดเดือนตุลาคม 2569

 


ในฐานะผู้บุกเบิกการสร้าง Global Destination และผู้พัฒนาโครงการต้นแบบที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเวทีสำคัญระดับนานาชาติที่จัดขึ้นในช่วงการประชุม IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ณ กรุงเทพมหานคร โดยคุณชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ เข้าร่วมงาน CNN Global Perspectives: In Bangkok เวทีที่รวบรวมผู้นำและผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของเมือง เศรษฐกิจ และบทบาทของประเทศไทยในบริบทโลก พร้อมนำเสนอมุมมอง ภายใต้แนวคิด “Cities That Win the Future” ว่าด้วยปัจจัยที่จะทำให้เมืองสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต เปลี่ยนศักยภาพของเมืองให้เป็นทั้งคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคม พร้อมสร้างเอกลักษณ์และแรงดึงดูดที่ทำให้เมืองเป็นที่จดจำในเวทีโลก

 


ขณะเดียวกัน กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ยังร่วมเป็น Partner ของงาน Future-ready Economy 2026: Designing Capital for the Future ณ NEXHALL สยามพารากอน จัดโดย BRANDi ซึ่งได้รับการจัดให้เป็น Official Affiliated Program of the 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings เพื่อร่วมขับเคลื่อนบทสนทนาเกี่ยวกับอนาคตของเศรษฐกิจ การลงทุน และการจัดสรรเงินทุนที่จะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในระยะยาว พร้อมเตรียมกิจกรรมและประสบการณ์พิเศษ ณ สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความประทับใจและแสดงศักยภาพของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และนวัตกรรมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

 



ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา สยามพิวรรธน์มุ่งมั่นสร้างปรากฏการณ์ที่ก้าวข้ามขอบเขตของธุรกิจค้าปลีก ด้วยการพัฒนาโครงการระดับโลกที่สร้างคุณค่าร่วมแก่ทุกภาคส่วน พร้อมเป็นเวทีนำเสนอศิลปวัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น และพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์สู่ผู้คนจากทั่วโลก ภายใต้แนวคิดการร่วมสร้าง (Co-Creation & Collaboration) กับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สำคัญที่สุดของโลก ในโอกาสการประชุมระดับโลกครั้งสำคัญที่จัดขึ้นในกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ สยามพารากอน และ ไอคอนสยาม พร้อมให้การต้อนรับบุคคลสำคัญจากนานาประเทศ ทั้งด้านการเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย และการมอบประสบการณ์แปลกใหม่ที่สร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือน

สยามพารากอน ถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมไทยสู่เวทีโลก ผ่าน “The Art of Royal Craft”

สยามพารากอน หนึ่งในแลนด์มาร์กระดับโลกใจกลางกรุงเทพมหานคร เตรียมจัดมหกรรม “The Art of Royal Craft : Explore Thai Heritage Experience” ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดประตูสู่การเรียนรู้และสัมผัสความงดงามของมรดกวัฒนธรรมไทยในมิติใหม่ ที่ผสานคุณค่าของภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย ตอกย้ำบทบาทของสยามพารากอนในฐานะ Luxury Global Destination ที่เชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกเข้ากับเอกลักษณ์ไทยอันทรงคุณค่า

ในงานนี้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถร่วมชมนิทรรศการ "Thai Heritage and Artistry Exhibition" โดยมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ณ ลิฟวิ่ง ฮอลล์ ชั้น 3 นิทรรศการนำเสนอความประณีตของงานศิลป์และหัตถศิลป์ไทย ผ่านเรื่องราว 50 ปีศิลปาชีพ, สถาบันสิริกิติ์ พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน (Arts of the Kingdom Museum) จัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ไทยชั้นสูง และผลงานจากช่างฝีมือระดับครู, อาคารเรียน-รู้-เรื่องโขน, พิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จัดแสดงชุดไทยผลงานของคุณธีระพันธ์ วรรณรัตน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) พ.ศ. 2562

และยังได้รับเกียรติจากอาจารย์สุดสาคร ชายเสม ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์ – เครื่องประกอบฉาก) พ.ศ. 2566 ซึ่งสะท้อนความงดงามของงานช่างฝีมือไทยที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบัน นอกจากการชมนิทรรศการ ผู้ร่วมงานยังสามารถสัมผัสวัฒนธรรมไทยอย่างใกล้ชิดผ่านประสบการณ์ที่หลากหลาย เวิร์กชอปลงมือทำจริง ได้แก่ การสร้างสรรค์กระเป๋าผ้าลายหน้ากากโขน การประดิษฐ์ตุ๊กตากระดาษแต่งกายไทย และการสร้างสรรค์กลิ่นหอมแบบไทยจากพรรณไม้และสมุนไพรไทย ผู้ร่วมงานจะได้นำผลงานของตนกลับไปเป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการ “Amazing Thailand Global Thai Silk Exhibition” หรือ “นิทรรศการไหมไทยสู่สากล” โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมกับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมและวัฒนธรรมไทย นำผ้าไหมไทยเชื่อมโยงงานออกแบบจากดีไซเนอร์นานาชาติ 5 ภูมิภาค กว่า 100 ประเทศ ถ่ายทอดอัตลักษณ์และวัฒนธรรม และประเพณีของแต่ละประเทศผ่านผ้าไหมไทย เกิดเป็นผลงานแฟชั่นที่สะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมผ่านมุมมองของนักออกแบบจากทั่วโลกโดยจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 11-18 ตุลาคม 2569 ณ ชั้น 1 และชั้น 3 สยามพารากอน

พร้อมกันนี้ ณ NEXTOPIA ชั้น 5 สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ยังจัดงาน “Future Craft Experience: Craft to Impact: Ten Wisdoms, One Sustainable Future” นำเสนอเรื่องราวของกลุ่มงานหัตถศิลป์ไทยที่สะท้อนพลังแห่งภูมิปัญญาไทยในการสร้างอาชีพ สร้างชุมชน และต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่าน workshop จักสาน โดยวัสดุธรรมชาติ พร้อมทั้งการจัดแสดงผลงานศิลปะจาก Eco material ระหว่างวันที่ 17-18 ตุลาคม 2569

ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ในวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ซึ่งจะมีการจัดเวิร์กชอประดับเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแขกผู้ลงทะเบียนพิเศษ โดยความร่วมมือกับแบรนด์ลักชัวรีระดับโลก เพื่อนำเสนอแนวคิดด้าน Craftsmanship และความเป็นเลิศทางงานฝีมือ ซึ่งสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ระดับโลกกับคุณค่าของมรดกไทยได้อย่างงดงาม

 


ไอคอนสยาม ชวนสัมผัส “Thailand’s Timeless Heritage” ยกระดับเสน่ห์และภูมิปัญญาไทย สู่ประสบการณ์เหนือระดับบนโค้งน้ำเจ้าพระยา

ขณะเดียวกัน ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา เตรียมต้อนรับผู้ร่วมประชุมจากทั่วโลกภายใต้แนวคิด “Discover Thailand's Timeless Heritage at ICONSIAM” ผ่านการนำเสนอเสน่ห์ของวัฒนธรรมไทยร่วมสมัยบนทำเลอันเป็นหัวใจแห่งประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตไทย

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ The Royal Barge Experience “นิทรรศการ สี สรรค์ สะท้อนศิลป์ ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค” ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง วันนี้ – 8 พฤศจิกายน 2569 ณ ไอคอนลักซ์ ชั้น M นิทรรศการที่ถ่ายทอดความงดงามและความยิ่งใหญ่ของพระราชพิธีขบวนพยุหยาตราทางชลมารค การจัดแสดง “ริ้วขบวนเรือพระราชพิธีจำลอง” แสดงโมเดลเรือพระราชพิธี 52 ลำ ที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตงดงาม จัดเรียงในรูปแบบประเภทและหน้าที่ของเรือพระราชพิธี พร้อมเนื้อหาประวัติความเป็นมาของเรืออย่างละเอียดครบถ้วน และการจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และคุณค่าทางวัฒนธรรมของประเพณีอันทรงคุณค่านี้

โดยผู้ร่วมประชุมยังสามารถสัมผัสประสบการณ์ Must Visit Experiences ภายในไอคอนสยาม ไม่ว่าจะเป็น ALANGKARN Waterfall น้ำตกอลังการ ความสูง 15 เมตร, SOOKSIAM เมืองสารพัดสุขสนุกแบบไทย ที่รวบรวมของดีและวัฒนธรรมจากทุกภูมิภาคของประเทศไทย และ ICONCRAFT พื้นที่รวบรวมผลงานคราฟต์ร่วมสมัยจากช่างฝีมือไทยทั่วประเทศ ซึ่งล้วนเป็นตัวแทนของความคิดสร้างสรรค์และ Soft Power ไทยที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

นอกจากนี้ ในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ไอคอนสยามยังได้จัดกิจกรรมเวิร์กชอปและประสบการณ์เชิงวัฒนธรรมสำหรับคู่สมรสของผู้เข้าร่วมประชุมและผู้ติดตาม อาทิ การสาธิตงานปักผ้าไทย การสานงานหัตถกรรม การเรียนรู้ศาสตร์แห่งความผ่อนคลายแบบไทย การสร้างสรรค์เทียนหอม และประสบการณ์ด้านอาหารไทย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมซึมซับความงดงามของวิถีไทยในรูปแบบที่เข้าถึงได้อย่างลึกซึ้งและร่วมสมัย

บทบาทของสยามพิวรรธน์ในการต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุม The IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 สะท้อนวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้สร้างคุณค่าร่วมและแพลตฟอร์มแห่งโอกาสที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน พร้อมสนับสนุนประเทศไทยในการต้อนรับแขกผู้มาเยือนจากทั่วโลกอย่างสมศักดิ์ศรี ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ระดับโลกที่ผสานความเป็นไทยเข้ากับมาตรฐานสากลอย่างลงตัว สยามพิวรรธน์มุ่งหวังให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้สัมผัสความงดงามของประเทศไทยในทุกมิติ ทั้งด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ การบริการ และการต้อนรับอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของโลกสำหรับการท่องเที่ยว การลงทุน และการจัดงานระดับนานาชาติ พร้อมเป็น Grand Stage of The World