Breaking News

SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

เอสซีบีเอกซ์ ประกาศผลกำไรสุทธิประจำปี 2568 จำนวน 47,488 ล้านบาท

เอสซีบีเอกซ์ ประกาศผลกำไรสุทธิประจำปี 2568 จำนวน 47,488 ล้านบาท
1
เขียนโดย Intrend online 2026-01-21

กรุงเทพฯ, 21 มกราคม 2569 — บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) มีกำไรสุทธิของปี 2568 จำนวน 47,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.1% จากปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากเงินลงทุน และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากผลการดำเนินงานของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ลดลงภายหลังจากการขายธุรกิจ Robinhood ในปี 2567 และจากการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกำไรจากกลุ่มธุรกิจบริการทางการเงินดิจิทัลและสินเชื่อเพื่อรายย่อย

สำหรับปี 2568 รายได้ดอกเบี้ยสุทธิมีจำนวน 119,117 ล้านบาท ลดลง 8.0% จากปีก่อน จากการลดลงของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งภายในปี และปริมาณสินเชื่อโดยรวมที่ลดลง 2.1% ภายใต้การปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง

รายได้ค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ มีจำนวน 41,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน จากธุรกิจบริหารความมั่งคั่งที่เติบโตอย่างโดดเด่น รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมทางการเงิน ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับการให้สินเชื่อ และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ

รายได้จากการลงทุนและการค้ามีจำนวน 10,771 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 369.8% จากปีก่อน โดยเป็นผลจากกำไรจากพอร์ตการลงทุนของธนาคาร และของบริษัท เอสซีบี เท็นเอกซ์ จำกัด 

ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวน 69,570 ล้านบาท ลดลง 4.7% จากปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างเข้มงวด ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้อยู่ที่ 40.5%

บริษัทฯ ตั้งสำรองลดลง 2.6% จากปีก่อน เนื่องมาจากคุณภาพสินทรัพย์ที่อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะการปรับตัวดีขึ้นของบริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด ทั้งนี้ จำนวนสำรองดังกล่าวได้รวมสำรองพิเศษอีกจำนวน 4,500 ล้านบาท เพื่อรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยอัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ (Coverage ratio) คงอยู่ในระดับสูงที่ 160.8% 

แม้เผชิญกับความผันผวนจากทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ บริษัทฯ ยังสามารถควบคุมคุณภาพของสินเชื่อโดยรวมได้ดี โดยอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 3.29% ลดลงจาก 3.37% ในปีก่อน เงินกองทุนตามกฎหมายของบริษัทฯ อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 18.9%   

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  “ปี 2568 เป็นอีกปีหนึ่งที่เศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายจากหลายมิติ SCBX ได้ดำเนินธุรกิจโดยเน้นการสร้างความแข็งแกร่งภายใน บริหารคุณภาพสินเชื่ออย่างรัดกุมท่ามกลางความผันผวน ควบคู่กับการปรับโครงสร้างธุรกิจสำคัญ เพื่อวางรากฐานสู่วิสัยทัศน์ระยะยาวในการเป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีการเงินชั้นนำของประเทศไทย

SCBX ก้าวสู่ปี 2569 ด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการยกระดับประสบการณ์การบริการให้แก่ลูกค้า เราจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยเรายังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างสมดุลทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ

นอกจากนี้ เรากำลังเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่อรองรับการเปิดดำเนินการตามแผนที่วางไว้ โดยมุ่งเน้นการใช้นวัตกรรมด้านข้อมูลเพื่อขยายโอกาสให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงบริการธนาคาร (Financial Inclusion) ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการเงินดิจิทัลของไทยอย่างยั่งยืน”