Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

ไทยพาณิชย์ ผนึก 3 ร้านทองยักษ์ใหญ่ เปิดตัว SCB Gold Marketplace ลงทุนทองมาตรฐานโลก

ไทยพาณิชย์ ผนึก 3 ร้านทองยักษ์ใหญ่ เปิดตัว SCB Gold Marketplace ลงทุนทองมาตรฐานโลก
44
เขียนโดย intrend online 2026-08-17

ไทยพาณิชย์ผนึก 3 ร้านทองยักษ์ใหญ่ เปิดตัว SCB Gold Marketplace ปลดล็อกประสบการณ์ลงทุนทองมาตรฐานโลกผ่าน SCB EASY

  • ครั้งแรกเทรดทองเรตโลกกับ ร้านดังในแอปเดียว เทรดได้ทันที ไม่มีค่าธรรมเนียม พร้อมทางเลือกบริการจัดส่งทองคำถึงบ้าน

ธนาคารไทยพาณิชย์ ผนึกกำลัง ฮั่วเซ่งเฮง MTS Gold (แม่ทองสุก) และ วายแอลจี (YLG) ร่วมปรากฏการณ์การลงทุนครั้งใหม่ เปิดตัว SCB Gold Marketplace บริการซื้อ-ขายทองคำผ่าน SCB EASY ครั้งแรก รวม 3 ร้านทองยักษ์ใหญ่ของประเทศไว้ในแพลตฟอร์มเดียว ส่งมอบประสบการณ์การลงทุนระดับโลก ซื้อ-ขายทองคำด้วย USD ผ่านบัญชี SCB e-FCD* เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงทองคำราคาอ้างอิงตลาดโลก ทั้งแบบ 96.5% และ 99.99% พร้อมเทรดแล้วทั้ง 3 ร้านทันที โดยไม่มีค่าธรรมเนียม เริ่มต้นลงทุน 0.05 บาททอง หรือ 0.05 ออนซ์ พร้อมทางเลือกถอนทองคำจริงได้ที่ร้านค้าพันธมิตรหรือจัดส่งถึงบ้าน ต่อยอด SCB EASY สู่แพลตฟอร์มการลงทุน USD ครบวงจร ให้นักลงทุนดิจิทัลบริหารพอร์ตลงทุนอย่างมืออาชีพผ่านบัญชี SCB e-FCD พร้อมเชื่อมทุกโอกาสการลงทุนระดับสากล ทั้งการบริหารอัตราแลกเปลี่ยน กองทุนต่างประเทศ และบริการซื้อ-ขายทองคำ ช่วยกระจายความเสี่ยงรับความผันผวนของตลาด ปูพื้นฐานสร้างความมั่งคั่งระยะยาว

 

 

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เป้าหมายของธนาคารไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็นผู้ให้บริการทางการเงิน แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเป็น Trusted Partner หรือพันธมิตรทางการเงินที่เดินเคียงข้างและสร้างความมั่งคั่งให้แก่ลูกค้าในทุกช่วงของชีวิตผ่านความสามารถในการส่งมอบโซลูชันที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้จริง ขณะเดียวกัน ธนาคารยังกำลังสร้างอนาคตของการเงินบนบทบาทใหม่ในฐานะ Wealth Platform ที่เชื่อมลูกค้าเข้ากับโอกาสการลงทุนอย่างไร้รอยต่อ ธนาคารจึงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถลดข้อจำกัดทางด้านการลงทุน ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงสินทรัพย์คุณภาพได้ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นธนาคารแห่งอนาคตที่สามารถสร้างประโยชน์สูงสุดบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้แอปธนาคารเป็นแพลตฟอร์มหลักที่สร้างมูลค่ามากกว่าแค่การทำธุรกรรม แต่ยังต้องช่วยให้เงินเติบโต เพิ่มทางเลือกในการวางแผนทางการเงิน และเข้าถึงทางเลือกการลงทุนในโลกไร้พรมแดนเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่ชีวิตและครอบครัวได้อย่างมั่นคง

“ธนาคารจึงได้พัฒนา SCB Gold Marketplace บริการซื้อ-ขายทองคำแบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์ม SCB EASY เพื่อเปลี่ยนการซื้อ-ขายทองคำให้กลายเป็นการลงทุนที่ง่ายสำหรับทุกคน ด้วยความร่วมมือกับสามพันธมิตรผู้ค้าทองชั้นนำ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง MTS Gold (แม่ทองสุก) และ วายแอลจี (YLG) สะท้อนบทบาทของ SCB ในการเป็นแพลตฟอร์มการลงทุนแห่งอนาคตที่รวบรวมโอกาสการลงทุนสำคัญไว้ในที่เดียว ช่วยให้การเข้าถึงสินทรัพย์ที่มีคุณภาพเป็นเรื่องง่าย สะดวก และตอบโจทย์พฤติกรรมนักลงทุนยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำพันธกิจของธนาคารในการเชื่อมต่อคนไทยเข้ากับโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว” นายสารัชต์ กล่าว

นายแพททริก ปูเลีย Head of Financial Markets ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า พฤติกรรมการลงทุนของคนไทยกำลังเปลี่ยนแปลงไป ผู้ลงทุนไม่ได้มองเพียงผลตอบแทนจากราคาสินทรัพย์แต่เริ่มให้ความสำคัญเรื่องการกระจายความเสี่ยง การบริหารสภาพคล่อง และการปกป้องมูลค่าความมั่งคั่งมากขึ้น ทองคำเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่คนไทยคุ้นเคยและได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คนไทยมีความต้องการลงทุนทองคำเติบโตอย่างรวดเร็ว จนทำให้อัตราการซื้อ-ขายเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน และ ติดท็อป 10 ของโลก โดยมีปริมาณซื้อ-ขายสูงสุดกว่า 250,000 ล้านบาทต่อวัน ขณะเดียวกัน พฤติกรรมการลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภค โดย SCB EASY มีผู้ใช้งานกว่า 17 ล้านราย สะท้อนให้เห็นถึงความพร้อมของลูกค้าในการเข้าถึงโอกาสการลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ SCB Gold Marketplace จึงได้รับการพัฒนาขึ้นจาก 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเติบโตของการลงทุนผ่านมือถือ ความสนใจในสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์ที่เพิ่มขึ้น และความต้องการกระจายความเสี่ยงท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ซึ่งทำให้ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนทั่วโลก เราจึงนำความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ตฟอร์มดิจิทัล และตลาดการเงินของเรา มาผสานกับจุดแข็งของพันธมิตร เพื่อผลักดัน SCB Gold Marketplace ให้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนที่สะดวก โปร่งใส และเข้าถึงได้ง่ายบน SCB EASY พร้อมต่อยอดบทบาทของธนาคารในการเป็น Wealth Platform ที่เชื่อมลูกค้าเข้ากับโอกาสการลงทุนสำคัญจากทั่วโลก

 

 

“SCB Gold Marketplace ออกแบบให้เชื่อมต่อกับบัญชี e-FCD (Foreign Currency Deposit) ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การลงทุนของคนไทยสู่มาตรฐานสากล โดยลูกค้าสามารถใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ซึ่งเป็นสกุลเงินอ้างอิงของตลาดทองคำโลก ซื้อ-ขายทองคำกับ ฮั่วเซ่งเฮง MTS Gold (แม่ทองสุก) และ วายแอลจี (YLG) ผ่าน SCB EASY ได้อย่างสะดวก ครอบคลุมทั้งทองคำบริสุทธิ์ 99.99% มาตรฐานสากล และทองคำ 96.5% มาตรฐานไทย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 0.05 บาททอง พร้อมทางเลือกในการถือครองทองคำในรูปแบบดิจิทัลหรือรับมอบทองคำจริงได้ถึงบ้าน ช่วยให้นักลงทุนเข้าถึงราคาทองคำในระดับสากล บริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน วางแผนการลงทุน และต่อยอดโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ระดับโลกได้อย่างคล่องตัว” นายแพท ทริก กล่าว

นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า “ท่ามกลางความผันผวนของราคาทองคำตลาดโลกในช่วงที่ผ่านมา แต่คนไทยยังคงให้ความสนใจในการออมและลงทุนในทองคำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการในธุรกิจทองคำหลายรายต่างพัฒนาแอปพลิเคชันของตนเอง เพื่อรองรับพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ฮั่วเซ่งเฮงจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การซื้อ-ขายทองคำให้สอดคล้องกับช่องทางดิจิทัลที่ลูกค้าใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยยังคงยึดมั่นในมาตรฐานการดำเนินงานที่สั่งสมมากว่า 75 ปี ทั้งในด้านความไว้วางใจจากลูกค้า ความเป็นเลิศด้านสินค้าและบริการ ตลอดจนการพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของแพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ได้เข้ามาทดแทนการให้บริการที่หน้าร้าน หากแต่เป็นการเพิ่มทางเลือกและอำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้ามากยิ่งขึ้น สำหรับความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ ผ่าน SCB Gold Marketplace ในครั้งนี้ ถือเป็นการผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านธุรกิจทองคำของฮั่วเซ่งเฮงเข้ากับความแข็งแกร่งของ SCB ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลทางการเงินชั้นนำของประเทศ เพื่อยกระดับการเข้าถึงการลงทุนในทองคำให้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น ผ่านช่องทางที่ลูกค้าใช้งานเป็นประจำในชีวิตประจำวัน พร้อมเปิดโอกาสให้ลูกค้าและนักลงทุนรุ่นใหม่สามารถเข้าถึงและเริ่มต้นซื้อ-ขายทองคำได้สะดวกยิ่งขึ้น”

นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานฝ่ายบริหาร กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก กล่าวว่า “ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและตลาดการเงินโลก ทองคำยังคงเป็นสินทรัพย์สำคัญที่นักลงทุนใช้ในการกระจายความเสี่ยงและรักษามูลค่าความมั่งคั่ง ขณะที่การลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัลและการถือครองสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนรุ่นใหม่ที่ต้องการเข้าถึงราคาทองคำโลกและบริหารพอร์ตการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ SCB Gold Marketplace ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการลงทุนทองคำของไทยสู่มาตรฐานสากล ด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถซื้อขายทองคำผ่านสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐบนบัญชี e-FCD ได้อย่างสะดวกบน SCB EASY โดย MTS Gold (แม่ทองสุก) ได้นำความเชี่ยวชาญด้านตลาดทองคำและการเป็นผู้นำนวัตกรรมการลงทุนทองของไทยมาผสานกับศักยภาพของธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อสร้างประสบการณ์การลงทุนที่ตอบโจทย์นักลงทุนยุคใหม่มากยิ่งขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้ยังช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงนักลงทุนรุ่นใหม่ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศการลงทุนทองคำดิจิทัลของไทยในระยะยาว”

นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท วายแอลจี กรุ๊ป (YLG) ปัจจุบันเราเห็นฐานนักลงทุนทองคำขยายมาสู่กลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานอย่างชัดเจน โดยจากข้อมูลลูกค้าของ YLG ที่ลงทุนผ่านช่องทางดิจิทัล พบว่าเกือบ 7 ใน 10 หรือประมาณ 68% มีอายุไม่เกิน 40 ปี สะท้อนว่าทองคำในวันนี้ไม่ได้เป็นสินทรัพย์สำหรับนักลงทุนรุ่นใหญ่หรือผู้ที่มีเงินก้อนเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นสินทรัพย์ที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น  ปัจจัยสำคัญมาจากการพัฒนาของ Fractional Gold และ Digital Gold โดย Fractional Gold ช่วยให้นักลงทุนแบ่งซื้อทองคำเป็นหน่วยย่อยและเริ่มต้นลงทุนได้ด้วยเงินเพียง 100 บาท ขณะที่ Digital Gold ช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาและสถานที่ ทำให้การซื้อขายและทยอยสะสมทองคำผ่านโทรศัพท์มือถือเป็นเรื่องง่าย สะดวก และสอดรับกับพฤติกรรมของนักลงทุนยุคใหม่ที่เป็นกลุ่ม Mobile-first ส่งผลให้การลงทุนทองคำได้รับความสนใจจากคนหลากหลายช่วงวัยมากขึ้น  เราเชื่อว่าการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีคุณภาพเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายฐานนักลงทุนไทยในระยะยาว ความร่วมมือกับธนาคารไทยพาณิชย์ผ่าน SCB Gold Marketplace จึงเป็นการผสานความเชี่ยวชาญด้านทองคำของ YLG เข้ากับศักยภาพของแพลตฟอร์มดิจิทัลและฐานผู้ใช้งานขนาดใหญ่ของธนาคาร ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงการลงทุนทองคำได้อย่างสะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับประสบการณ์การลงทุนทองคำดิจิทัล และสนับสนุนการเติบโตของตลาดทองคำไทยให้สอดรับกับพฤติกรรมการลงทุนยุคใหม่

SCB Gold Marketplace คือบริการซื้อ-ขายทองคำออนไลน์บนแอป SCB EASY ที่รวบรวมทองคำจาก 3 ร้านทองชั้นนำของประเทศ ได้แก่ ฮั่วเซ่งเฮง (Hua Seng Heng) MTS Gold (แม่ทองสุก) และ วายแอลจี (YLG) ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว โดยลูกค้าสามารถเปรียบเทียบราคาและเลือกซื้อ-ขายทองคำกับผู้ให้บริการที่ต้องการได้อย่างสะดวก เป็นบริการรองรับการซื้อ-ขายทองคำด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD) ผ่านบัญชี e-FCD (Foreign Currency Deposit) ของธนาคารไทยพาณิชย์ ครอบคลุมทั้งทองคำบริสุทธิ์ 99.99% มาตรฐานสากล (เริ่มลงทุน 0.05 ออนซ์) และทองคำ 96.5% มาตรฐานไทย (เริ่มลงทุนที่ 0.05 บาททอง) ซื้อ-ขายทองคำได้สะดวกผ่าน SCB EASY ตั้งแต่ 7 โมงเช้า – ตี 3 ของวันถัดไป* พร้อมทางเลือกในการถือครองทองคำในรูปแบบดิจิทัล หรือนัดรับทองคำที่ร้านทองหรือเลือกจัดส่งทางไปรษณีย์ (มีค่าบล็อกทอง และค่าธรรมเนียมประกันภัย)

*ช่วงเวลาซื้อ-ขายเป็นไปตามเงื่อนไขที่ธนาคารและพันธมิตรกำหนด

วิธีเริ่มต้นใช้งาน SCB Gold Marketplace

1.เปิดแอป SCB EASY และเลือกเมนู “ธุรกรรมของฉัน”

2,เลือก “ซื้อ-ขายทองคำ”

3.สมัครใช้บริการและยอมรับเงื่อนไขการใช้งาน

4.เปิดบัญชี e-FCD สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (หากยังไม่มี)

5.เลือกร้านทองพันธมิตรที่ต้องการซื้อ-ขาย

6.เลือกประเภททองคำและหน่วยน้ำหนักทองคำที่ต้องการซื้อหรือขาย และกดยืนยันรายการ (หน่วยซื้อขั้นต่ำ 0.05 บาททองคำ สำหรับทองคำแท่ง 96.5% และ 0.05 ออนซ์ สำหรับทองคำแท่ง 99.99%)

 

*บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศอิเล็กทรอนิกส์ประเภทออมทรัพย์ สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ (e-FCD)

 

หมายเหตุ :

-การฝาก / ถอนเงินในบัญชี e-FCD / FCD มีความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ควรศึกษารายละเอียดข้อมูลสำคัญและเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ก่อนการตัดสินใจ

-ลูกค้าไม่สามารถใช้และ/หรือทำธุรกรรมผ่านบัญชี e-FCD เพื่อการเก็งกำไรอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้

-ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นเพียงผู้ให้บริการ e-marketplace platform ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับตลาดซื้อขายทองคำออนไลน์ บนแพลตฟอร์มของธนาคาร โดยเปิดให้ร้านค้าทองสามารถขาย- รับซื้อทองสกุล USD บนแอป SCB EASY 

-เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ SCB Call Center โทร. 02-777-7777 หรือ [http://www.scb.co.th*]www.scb.co.th*