Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน --- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ***  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

GWM จัดกิจกรรม “ORA 5 HEV: Fun to Drive”ชวนสมาชิกออกทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

GWM จัดกิจกรรม “ORA 5 HEV: Fun to Drive”ชวนสมาชิกออกทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
51
เขียนโดย intrend online 2026-10-20

GWM จัดกิจกรรม “ORA 5 HEV: Fun to Drive”ชวนสมาชิก ORA Gang ออกทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สลัดภาพจำ B-SUV ไฮบริดเดิมๆ กับสมรรถนะการขับขี่สุดเร้าใจ ควบคู่ความประหยัดพลังงานที่เหนือชั้น

กรุงเทพฯ 20 ตุลาคม 2569 – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) ตอกย้ำศักยภาพของ GWM ORA 5 HEV ในการตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยยุคใหม่ เมื่อรถไฮบริดไม่ได้มีดีแค่ความประหยัด แต่ยังต้องขับสนุก เร่งทันใจ และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง GWM จึงชวนเจ้าของรถ GWM ORA 5 HEV มาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและท้าทายภาพจำเดิมของไฮบริดผ่านกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “ORA 5 HEV : Fun to Drive” ทริปพิเศษ 2 วัน 1 คืน เส้นทางกรุงเทพฯ – ราชบุรี ระหว่างวันที่ 17–18 ตุลาคม 2569 ที่เปลี่ยนการเดินทางธรรมดาให้เต็มไปด้วยความสนุก ความรู้ และความประทับใจ พร้อมพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่สามารถมอบทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจ และความประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัวในรถคันเดียว อีกทั้งยังมาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อันล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยขั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน สะท้อนจุดยืนของ GWM ที่มุ่งส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ครบครัน

 


ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ให้สมรรถนะสูงสุด 223 แรงม้า และประหยัดน้ำมันสูงสุด 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร

GWM ORA 5 HEV ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่มองหารถยนต์ B-SUV ซึ่งมอบได้ทั้งความคล่องตัว ความประหยัด และสมรรถนะที่สนุกกว่าภาพจำเดิมของรถไฮบริด ด้วยขุมพลังที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 236 นิวตันเมตร ให้พละกำลังรวมสูงสุด 223 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 476 นิวตันเมตร สามารถเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 7.7 วินาที

หัวใจสำคัญอีกประการคือระบบส่งกำลัง DHT-HEV แบบ 2-Speed Direct Drive ที่ช่วยบริหารการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่ พร้อมระบบ Intelligent Energy Management และ Regenerative Energy Recovery ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ขณะที่การประสานกำลังของระบบขับเคลื่อนยังช่วยให้การตอบสนองต่อคันเร่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องและลื่นไหล

ในด้านความประหยัด GWM ORA 5 HEV มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐาน ECO Sticker ที่ 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมถังน้ำมันความจุ 55 ลิตร รองรับการเดินทางไกลได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องวางแผนการชาร์จไฟจากภายนอก จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ผสานการทำงานของพลังงานไฟฟ้าและเครื่องยนต์เข้าด้วยกัน

นอกเหนือจากสมรรถนะ GWM ORA 5 HEV ยังมาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 หน้าจอมัลติมีเดียขนาด 14.6 นิ้ว ระบบสั่งงานด้วยเสียง กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมภาพใต้ท้องรถแบบ Transparent Chassis และ Intelligent Application สำหรับตรวจสอบสถานะรถและควบคุมฟังก์ชันที่รองรับผ่านสมาร์ทโฟน เติมเต็มทั้งความสะดวกสบายและความมั่นใจในการใช้งานประจำวัน

ORA 5 HEV: Fun to Drive: เปลี่ยนการทางธรรมดาให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษสำหรับชาว ORA Gang

กิจกรรม “ORA 5 HEV: Fun to Drive” เป็นการเชิญลูกค้าผู้ใช้งานจริงและสมาชิก ORA Gang ร่วมออกเดินทางบนเส้นทางกรุงเทพฯ – ราชบุรี แบบ 2 วัน 1 คืน โดยเปลี่ยนการเดินทางธรรมดาให้กลายเป็นทริปท่องเที่ยวที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษซึ่งตลอดการเดินทาง ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสและดึงศักยภาพอันยอดเยี่ยมของ GWM ORA 5 HEV ออกมาได้อย่างเต็มที่โดยการทดลองขับจริงในสภาพถนนที่หลากหลาย ตั้งแต่การขับขี่ในเมือง การเดินทางบนทางหลวง ไปจนถึงการขับขี่บนถนนเปียกลื่นจากฝนตก ผ่านการดูแลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของ GWM รวมไปถึงสื่อมวลชนชั้นนำ ที่ร่วมถ่ายทอดเทคนิคการขับขี่ อาทิ การทำงานของระบบแบตเตอรี่ไฮบริด การเลือกโหมดการขับขี่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เรียนรู้การปรับระดับ Regenerative Braking เพื่อบริหารพลังงานให้มีประสิทธิภาพ เทคนิคการรักษาความเร็วให้สม่ำเสมอเพื่อช่วยประหยัดน้ำมัน การใช้ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะอย่างเหมาะสม ตลอดจนการใช้งานฟังก์ชันอัจฉริยะต่าง ๆ ทำให้ผู้ขับขี่เข้าใจและเข้าถึงจังหวะการขับขี่ที่สนุกสนาน อัตราเร่งที่ตอบสนองทันใจ และความคุ้มค่าของเทคโนโลยีไฮบริดในมุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้โดยความรู้เหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นใจในการขับขี่ในชีวิตประจำวัน

นอกจากประสบการณ์การขับขี่บนเส้นทางจริง กิจกรรม “ORA 5 HEV: Fun to Drive” ยังผสมผสานไลฟ์สไตล์การพักผ่อนด้วยการพาแวะเช็กอินจุดหมายท่องเที่ยวชื่อดังตลอดเส้นทาง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง เปิดโอกาสให้สมาชิก ORA Gang ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานจริง แบ่งปันความประทับใจ และสร้างเครือข่ายมิตรภาพใหม่ ๆ ระหว่างกลุ่มคนรักรถยนต์ ORA สะท้อนให้เห็นว่า กิจกรรม “ORA 5 HEV: Fun to Drive” ไม่ได้เป็นเพียงทริปท่องเที่ยวทางไกล แต่เป็นกิจกรรมที่เชื่อมโยงเทคโนโลยียานยนต์ สมรรถนะการขับขี่ และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมตอกย้ำแนวคิดในการสร้างสังคมผู้ใช้รถยนต์ ORA ที่อบอุ่นและยั่งยืน

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “สำหรับ GWM เราเชื่อว่าประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าไม่ได้เริ่มต้นและสิ้นสุดเพียงวันที่ส่งมอบรถ แต่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ลูกค้าใช้รถในชีวิตประจำวัน กิจกรรม ORA 5 HEV: Fun to Drive จึงได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าทริปท่องเที่ยว แต่เป็นโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะและเทคโนโลยีของ ORA 5 HEV ด้วยตัวเอง เรียนรู้การใช้งานรถให้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญและเพื่อนสมาชิก ORA Gang ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง”

“ความคิดเห็นจากผู้ใช้รถจริงมีความสำคัญต่อ GWM อย่างยิ่ง เพราะช่วยให้เราเข้าใจความต้องการและประสบการณ์ของลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด เราจึงมุ่งมั่นพัฒนากิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เกิดการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้ดียิ่งขึ้น และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน ORA Gang ในระยะยาว”

มากกว่าการเดินทาง คือการเติบโตไปด้วยกันกับครอบครัว ORA Gang

กิจกรรม “ORA 5 HEV: Fun to Drive” เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ GWM ใช้เชื่อมโยงผลิตภัณฑ์เข้ากับประสบการณ์จริงของลูกค้า ผ่านการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้รถด้วยกัน ตอกย้ำความตั้งใจของแบรนด์ในการสร้างชุมชน ORA Gang ให้เป็นพื้นที่แห่งมิตรภาพและความผูกพันที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

GWM ยังคงเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์ที่ครอบคลุมในทุกมิติ ตั้งแต่การพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง การนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการสร้างกิจกรรมที่ทำให้ลูกค้าได้ใกล้ชิดกับแบรนด์มากยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ เพื่อให้ทุกการเดินทางไม่เพียงเต็มไปด้วยความมั่นใจและความสะดวกสบาย แต่ยังเป็นที่มาของความสุข ความประทับใจ และความทรงจำดี ๆ ในทุกเส้นทาง

ทางเลือก B-SUV ไฮบริดที่ตอบโจทย์ความสนุกและความคุ้มค่าอย่างแท้จริง

GWM ORA 5 HEV ไม่ได้เป็นเพียงรถไฮบริดทางเลือกใหม่ในตลาด แต่คือคำตอบสำหรับผู้บริโภคที่มองหา รถ B-SUV ที่ขับสนุก แรงเร้าใจด้วยกำลัง 223 แรงม้า แต่ยังคงความประหยัดน้ำมัน ความนุ่มนวล และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน

GWM ORA 5 HEV วางจำหน่ายในประเทศไทย 2 รุ่นย่อย ได้แก่:

GWM ORA 5 HEV Pro: ราคา 709,000 บาท

GWM ORA 5 HEV Ultra: ราคา 779,000 บาท

GWM ORA 5 HEV มาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และ การรับประกันแบตเตอรีไฮบริด เป็นระยะเวลา 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง รวมไปถึงฟรีค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) รวมไปถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรีเป็นระยะเวลา 5 ปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ Fun Drive ที่แตกต่างจากรถไฮบริดแบบเดิมได้แล้ววันนี้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ หรือ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888