Breaking News

SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.50-33.30 เกาะติดราคาน้ำมัน

กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.50-33.30 เกาะติดราคาน้ำมัน
1
เขียนโดย Intrend online 2026-03-30

กรุงศรีคาดเงินบาทซื้อขายในกรอบ 32.50-33.30 เกาะติดราคาน้ำมันและข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ

กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-33.30 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 32.88 ต่อดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 32.35-33.06 โดยเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 10 เดือน เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ ขณะที่ตลาดปรับตัวผันผวน หลังราคาสินทรัพย์ต่างๆกลับทิศอย่างกะทันหันเมื่อประธานาธิบดี ทรัมป์ระบุว่าได้เลื่อนการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไป อย่างไรก็ดี นักลงทุนเริ่มไม่แน่ใจเรื่องการลดความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในอนาคตอันใกล้ ท่ามกลางข้อมูลที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับการเจรจาระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเรื่องข้อตกลงหยุดยิง โดยแผน 15 ข้อจากสหรัฐฯและข้อเสนอ 5 ข้อจากอิหร่านบ่งชี้ว่าแนวโน้มการบรรลุข้อตกลงมีความไม่แน่นนอนสูง ในขณะเดียวกันตลาดกำลังให้ความสนใจต่อผลกระทบด้านเงินเฟ้อ โดยประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานเริ่มเห็นสัญญาณขาดแคลนอุปทาน ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นและพันธบัตรไทยสุทธิ 2,011 ล้านบาท และ 13,279 ล้านบาท ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า ยิ่งสถานการณ์ตะวันออกกลางยืดเยื้อ ความตึงตัวด้านอุปทานจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น โดยหากนักลงทุนปิดรับความเสี่ยงอย่างรุนแรง เงินดอลลาร์จะแข็งค่าต่อไป นอกจากนี้ ตลาดจะติดตามตัวเลขจ้างงานเดือนมีนาคมของสหรัฐฯ แม้เราเชื่อว่าดอลลาร์จะกลับมาอ่อนค่าหลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางคลายตัวลง แต่ในระยะสั้นดอลลาร์จะยังได้รับแรงหนุน เราคาดว่าธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี)อาจปรับขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้งในปีนี้กรณีราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีแนวโน้มลากยาว โดยประธานอีซีบีแสดงท่าทีพร้อมขึ้นดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดเพื่อหวังว่าจะลดความจำเป็นในการคุมเข้มนโยบายมากกว่านี้ในภายหลัง อนึ่ง ภายใต้สถานการณ์ที่ความเสี่ยงในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เรามองว่าข้อได้เปรียบด้านอัตราผลตอบแทนจะมีบทบาทน้อยลงต่อทิศทางค่าเงิน เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยท่ามกลางช็อกด้านราคาพลังงานมักส่งผลลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กันไป

นักลงทุนจะให้ความสนใจกับข้อมูลดุลบัญชีเดินสะพัดของไทย หลังกระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกเดือนก.พ.เติบโต 9.9% y-o-y ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ ขณะที่มูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น 31.8% ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้า 2.83 พันล้านดอลลาร์