TCAP ปลื้ม THANI-TNI ผลงานเยี่ยมหนุนอันดับเครดิต “A” มั่นใจโตได้ต่อเนื่อง
นายพีระพัฒน์ เมฆสิงห์วี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำของประเทศไทย ได้จัดอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ TCAP โดยคงอันดับเครดิตที่ระดับ “A” ทั้งขององค์กรและหุ้นกู้ พร้อมทั้งประเมินแนวโน้มอันดับเครดิต ระดับ “Stable” หรือคงที่
“การที่บริษัทจัดอันดับชั้นนำยังคงเครดิตในระดับ “A” สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นต่อ TCAP เป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคงและผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง” นายพีระพัฒน์ กล่าวและว่า เหตุผลหลัก ๆ เหตุผลหนึ่งที่มีผลต่อการประเมินครั้งนี้มาจากบริษัทย่อยหลัก ได้แก่ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI และบริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TNI ได้รับสถานะด้านเครดิตที่แข็งแกร่ง จากผลดำเนินการงานที่ดีและมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง โดย THANI ได้รับการปรับเพิ่มอันดับเครดิตเฉพาะองค์กรจาก “bbb+” เป็น “a-” จากความสามารถในการรักษาสถานะผู้นำในตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถบรรทุกเชิงพาณิชย์และรถยนต์หรู แม้จะเผชิญกับสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย ขณะที่ TNI ได้รับการประเมินอันดับเครดิตเฉพาะองค์กรในระดับสูงที่ “aa-“ จากการเป็นบริษัทประกันวินาศภัยที่มุ่งเน้นลูกค้ารายย่อย ครองอันดับ 4 ในตลาดประกันภัยรถยนต์ และมีฐานทุนที่แข็งแกร่ง
นายพีระพัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทริสได้ให้ความสำคัญด้านสภาพคล่องของบริษัท มองเป็นผลกระทบเชิงบวกเรื่องความยืดหยุ่นทางการเงิน โดย TCAP ได้รับการสนับสนุนจากพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่และมีการกระจายตัว ช่วยเสริมความยืดหยุ่นทางการเงิน ครอบคลุมการลงทุนในธุรกิจธนาคาร ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจสินเชื่อที่มีสินทรัพย์เป็นหลักประกัน ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน การลงทุนดังกล่าวยังมีการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) (TTB) ในสัดส่วน 24.9% บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (MBK) ในสัดส่วน 24.7% และ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (PRG) ในสัดส่วน 24.8% โดย ณ เดือนมิถุนายน 2569 เงินลงทุนในบริษัทร่วมของบริษัทมีมูลค่ารวม 6.83 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 2.6 เท่าของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ขณะที่เงินลงทุนในบริษัทอื่นที่ไม่ใช่บริษัทย่อยและบริษัทร่วมมีมูลค่า 2.79 หมื่นล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานของ TCAP ช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ปรับตัวดีขึ้น มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ ที่ 5.1 พันล้านบาท จาก 4.0 พันล้านบาทในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 รายได้จากการดำเนินงานสุทธิเพิ่มขึ้น 16.4% ขณะที่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงมากกว่า 80% สะท้อนถึงคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นของ THANI เป็นหลัก ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่สําคัญของกลุ่ม ซึ่งในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ปรับเพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 3.1 พันล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้นของ TTB ขณะที่รายได้เงินปันผลเพิ่มขึ้นอย่างมากมาอยู่ที่ 864 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 140% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงกระแสเงินสดประจำที่แข็งแกร่งจากการลงทุนเชิงกลยุทธ์และการลงทุนในบริษัทจดทะเบียน ของ TCAP
ซีอีโอ TCAP กล่าวถึงกรณีโครงการซื้อหุ้นคืนของกลุ่ม ซึ่งประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า บริษัทได้ชี้แจงต่อทริสถึงเหตุผลการซื้อหุ้นคืนที่มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสภาพคล่องส่วนเกินภายใต้กรอบวินัยทางการเงินที่เหมาะสม ซึ่ง ทริสประเมินว่าการซื้อหุ้นคืนไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ TCAP
“TCAP ยังคงดำเนินกลยุทธ์การลงทุนอย่างระมัดระวังและมีวินัย บริหารและจัดสรรเงินทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยพิจารณาโอกาสการลงทุนใหม่อย่างต่อเนื่อง และพร้อมให้การสนับสนุนเงินทุนแก่บริษัทย่อย มุ่งเน้นให้ความสำคัญกับสภาพคล่องและผลตอบแทนจากการลงทุนที่เหมาะสม เพื่อสร้างผลการดำเนินงานที่เติบโตในอนาคต” นายพีระพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวเกี่ยวข้อง
InnovestX มองลงทุนไตรมาส 4/69 ผ่าน “Navigating the Seven” ชูกลยุทธ์ตั้งรับ–เลือกหุ้นคุณภาพ
intrend online 2026-10-01
