Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน --- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ***  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

กรุงเทพประกันชีวิต เปิดตัวก้าวใหม่ “BLA GoodLife Keeper” ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม”

กรุงเทพประกันชีวิต เปิดตัวก้าวใหม่ “BLA GoodLife Keeper”  ส่งผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม”
56
เขียนโดย intrend online 2026-10-15

กรุงเทพประกันชีวิตตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านความใส่ใจ เปิดตัวก้าวใหม่ “BLA GoodLife Keeper” ชู Well-Being Ecosystem และตัวแทน “Life Care Partner” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” ตอบโจทย์สังคมอายุยืน

กรุงเทพประกันชีวิต เผยผลศึกษาวิจัยเชิงลึกพฤติกรรมผู้บริโภคยุคสังคมอายุยืน พบคนไทยมีอายุเฉลี่ยสูงขึ้นเป็น 78 ปี แต่ต้องเผชิญปัญหาด้านสุขภาพในช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี พร้อมเปิดตัวก้าวใหม่ภายใต้แนวคิด “BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer ชีวิตดี มีได้ยาวๆ” ยกระดับการดูแลจากการจ่ายความคุ้มครองยามเกิดความเสี่ยง สู่การดูแลเชิงรุก ป้องกัน และฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยบริการ BLA EveryCare และ BLA Well-Being Ecosystem พร้อมยกระดับตัวแทนสู่ “Life Care Partner” ช่วยวางแผนชีวิตผ่านเครื่องมือ “4 บัญชีชีวิต” พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันตลอดชีพที่คุ้มครองชีวิต โรคร้ายแรง อุบัติเหตุ ครบจบในกรมธรรม์เดียว

 


นายโชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากการศึกษาข้อมูลงานวิจัยพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคไทย พบว่าคนไทยมีอายุขัยที่ยืนยาวขึ้น ปัจจุบันอายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ที่ 78 ปี แต่ช่วงเวลาของการมีสุขภาพดีกลับหยุดอยู่ที่ประมาณ 67 ปี ทำให้คนไทยต้องเผชิญกับภาวะป่วยและสุขภาพไม่ดีในช่วงท้ายของชีวิตนานถึง 11 ปี นอกจากนี้ งานวิจัยยังสะท้อนถึง 5 ความต้องการสำคัญที่ซ่อนอยู่ของผู้บริโภค ได้แก่ ความต้องการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเองให้ได้นานที่สุด (Stay Capable) การมีอิสระในการเลือกใช้ชีวิต (Stay in Control) การได้รับความคุ้มครองโดยไม่เป็นภาระของคนที่รัก (Stay Protected, Effortlessly) ซึ่งพบว่าผู้บริโภคกว่า 60% กังวลเรื่องการกลายเป็นภาระครอบครัว การมีความมั่นคงพร้อมรับมือทุกความเสี่ยง (Stay Secured) และการไม่อยากแก่ตัวไปอย่างโดดเดี่ยว (Stay Connected)

นายโชนกล่าวว่าสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมอายุยืนอย่างเต็มรูปแบบจากการที่คนมีอายุที่ยืนยาวขึ้น ทำให้การเตรียมความพร้อมของคนในวันนี้ต้องมองไกลกว่าการวางแผนหลังเกษียณ เพราะยังมีทั้งค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว โรคเรื้อรัง การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบครอบครัว ตลอดจนความต้องการด้านจิตใจและความสัมพันธ์ โจทย์ของการประกันชีวิตในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการขายกรมธรรม์ แต่คือการออกแบบคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยืนยาวให้กับคนในสังคม ภายใต้แนวคิดดังกล่าว กรุงเทพประกันชีวิตยังให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจเรื่องการใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพใน 4 ด้าน ได้แก่ กายฟิต เงินพร้อม ใจสมดุล และความสัมพันธ์ดี

“ในวันนี้เพื่อช่วยให้ลูกค้ามีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน กรุงเทพประกันชีวิตจึงก้าวสู่ทิศทางใหม่ของการเป็น ‘BLA GoodLife Keeper: Keep Life Good, for Longer’ หรือ “ชีวิตดี มีได้ยาว ๆ” โดยขยายการดูแลจากเดิมที่เน้นการปกป้องทางการเงิน ไปสู่การปกป้องขั้นกว่าหรือ Protective Care+ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อเสริมให้คนไทยมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ ครอบคลุมทั้ง การดูแลเชิงรุกเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพ (Proactive Care) การดูแลป้องกันก่อนเกิดโรค (Preventive Care) และการฟื้นฟูเพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ปกติอย่างรวดเร็ว (Restorative Care) พร้อมเพิ่มบริการ GoodLife Care Check-in เพื่อทบทวนแผนชีวิตสม่ำเสมอกับตัวแทนประกันชีวิต” นายโชนกล่าว พร้อมเพิ่มเติมว่า

“ในปี 2569 กรุงเทพประกันชีวิต ได้ส่งต่อความคุ้มครองที่หลากหลายและสร้างความสมดุลด้านจิตใจ ผ่านกรมธรรม์ใหม่ ๆ ใน 2 แนวทาง คือ Extension (ยืดความคุ้มครอง) เช่น “บีแอลเอ ลองไลฟ์แคร์” ประกันโรคร้ายแรงที่เปลี่ยนจากแบบ เจอ-จ่าย-จบ เป็น ‘เจอ จ่าย ไม่จบ’ ให้ความคุ้มครอง 8 โรคร้ายแรงทางสมองและโรคที่กระทบต่อการดำรงชีวิตระยะยาว* เช่น โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคพาร์กินสัน ฯลฯ โดยจ่ายเงินชดเชยต่อเนื่อง 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อปี นานสูงสุดถึงอายุ 99 ปี และ Expansion (ขยายความคุ้มครอง) ตอบสนองความต้องการที่ซับซ้อนขึ้นจากการมีอายุที่ยืนยาวขึ้น เช่น “เกนเฟิส เซฟวิ่ง & เฟล็กซี่ แคร์” มอบผลประโยชน์เพิ่มเติมด้านด้านสุขภาวะ (Well-Being) 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ทุกปี “บีแอลเอ เซฟวิ่ง แอนด์ แคร์ 168” ที่รับเงินชดเชยเพิ่มอีก 12% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยต่อปีหากป่วยด้วยโรคร้ายแรง และ รับเงินก้อนหากเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และประกันบำนาญ “บีแอลเอ เพนชั่น แอนด์ แคร์ 888” ส่งมอบเงินบำนาญก้อนแรก 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย เมื่ออายุ 60 ปี และรับเพิ่มอีกปีละ 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยจนถึงอายุ 88 ปี และหากป่วยด้วยโรคร้ายแรง รับเพิ่มอีก 8% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ต่อปีตั้งแต่ปีแรก

 


ล่าสุด ยังได้เปิดตัว “ห่วงรัก สุดคุ้ม” แบบประกันที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานทุกอาชีพ โดยมีจุดเด่นคือ ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี รวมโรคร้ายแรง 25 โรค และอุบัติเหตุ 2 ต่อ ไว้ในกรมธรรม์เดียว โดยชำระเบี้ยประกันภัยเป็นเวลา 20 ปี รับประกันภัยตั้งแต่อายุแรกเกิดถึง 70 ปี ด้วยจำนวนเงินเอาประกันภัย 100,000 – 5,000,000 บาท สามารถผ่อนชำระได้เป็นรายเดือน หากผู้เอาประกันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคร้ายแรงจะได้รับเงินชดเชยล่วงหน้า 30% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล นอกจากนี้ ยังมอบความคุ้มครองอุบัติเหตุ 2 ต่อ โดยไม่คิดเบี้ยเพิ่มตลอดช่วงชำระเบี้ย 20 ปี คือ รับเพิ่ม 5% จำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีกระดูกหักหรือไฟไหม้ น้ำร้อนลวก และบาดเจ็บอวัยวะภายในจากอุบัติเหตุ และเพิ่มอีก 50% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย กรณีเสียชีวิตหรือสูญเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ”

 

 

ด้านนางสาวอรนาฎ นชะพงษ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายกลยุทธ์การตลาดและบริหารจัดการลูกค้า กล่าวว่า “เพราะความคุ้มครองจากตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาวกรุงเทพประกันชีวิต จึงเดินหน้ายกระดับ BLA Well-Being Ecosystem และบริการ BLA EveryCare เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง โดยมีสถิติการใช้บริการเสริมที่ได้รับความนิยมสูงอย่างเห็นได้ชัด เช่น ในกลุ่ม Restorative Care บริการรถรับ-ส่งโรงพยาบาล (Driving Home) มีอัตราการใช้สิทธิ์เติบโตขึ้นถึง 38.7% ขณะที่บริการกายภาพบำบัดถึงบ้านพบว่า กายภาพบำบัดรักษาออฟฟิศซินโดรมมีสัดส่วนผู้ใช้บริการสูงสุดถึง 75% ตามด้วยกายภาพบำบัดออกกำลังกายในน้ำ 11% และนวดเปิดท่อน้ำนมสำหรับคุณแม่มือใหม่ 6%

นอกจากนี้ ในด้าน Preventive Care บริษัทยังได้ร่วมมือกับสถาบันสุขภาพชั้นนำ เช่น VitalLife โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลพญาไท 2 และโรงพยาบาลสมิติเวช มอบโปรแกรมตรวจสุขภาพเชิงลึก (Longevity Program) อาทิ การวิเคราะห์อายุชีวภาพ การตรวจมวลกระดูกและฮอร์โมนความเครียด ซึ่งจากการมุ่งเน้นให้บริการที่ตรงใจ ส่งผลให้แอปพลิเคชัน BLA Happy Life มีจำนวน New Active Users เติบโตขึ้น 65% YoY และมีคะแนนความพึงพอใจการใช้บริการ (NPS Score) สูงถึง 28.4% โดยลูกค้ามีการใช้สิทธิประโยชน์เฉลี่ยถึง 4 ครั้งภายในระยะเวลา 6 เดือน”

 

 

ด้าน นายจักรพงศ์ แสงแก้ว ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานตัวแทนและที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า “สำหรับผลงานด้านช่องทางตัวแทน กรุงเทพประกันชีวิตได้ปรับแนวคิดการทำงานของฝ่ายขายจากการเริ่มต้นที่ตัวสินค้ามาเป็นการเริ่มต้นจาก “ชีวิตและเป้าหมายของลูกค้า” พร้อมยกระดับบทบาทตัวแทนสู่ “Life Care Partners (LCP)” ที่มุ่งตอบโจทย์ทั้งลูกค้าและการเตรียมความพร้อมของคนไทยต่อสังคมอายุยืน”

“เราได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของฝ่ายขายจากการขายกรมธรรม์เป็นรายครั้ง มาร่วมดูแลและบริหารเส้นทางชีวิตหลังเกษียณ (Retirement Journey) ของลูกค้าในระยะยาว โดยสนับสนุนเครื่องมือ “4 บัญชีชีวิตดี” (The 4 GoodLife Accounts Guide) ให้ตัวแทนนำไปใช้ช่วยลูกค้าสำรวจและวางแผนสมดุลชีวิต 4 ด้าน กลยุทธ์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของเป้าหมาย “2X Scale Up Team: Mission to Infinity” เพื่อมุ่งสู่การเป็น Top 5 ในช่องทางตัวแทนภายในปี 2571” นายจักรพงศ์กล่าว

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา กรุงเทพประกันชีวิต ได้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพฝ่ายขายผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ เพื่อเสริมทักษะด้านการเงินและนวัตกรรม รวมถึงสนับสนุนให้ตัวแทนเข้าร่วมงานสัมมนาวิชาชีพระดับโลก เช่น MDRT และ GAMA ส่งผลให้บริษัทมีตัวแทนที่ได้รับคุณวุฒิ CFP และ AFPT อยู่ในระดับต้น ๆ ของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมหลักสูตร “ตัวแทนของความใส่ใจ” และก้าวสู่การเป็น “Life Care Partner” รวมถึงกิจกรรมด้านการวางแผนชีวิต สุขภาพ และ Longevity อย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ

หลักสูตร “ตัวแทนแห่งความใส่ใจ” ซึ่งปัจจุบันมีตัวแทนผ่านการอบรมหลักสูตรตัวแทนแห่งความใส่ใจแล้วกว่า 65% ก่อนจะต่อยอดเข้มข้นสู่หลักสูตร “Life Care Partner” ที่มุ่งเน้นองค์ความรู้เรื่อง Longevity และการดูแลคุณภาพชีวิตรอบด้านครบทั้ง 4 ด้าน โดยกลุ่มตัวแทนประกันชีวิตรุ่นใหม่ที่ผ่านหลักสูตร Life Care Partner และได้นำไปใช้ในการทำงาน พบว่ามีอัตราการซื้อซ้ำ (Repurchase Rate) จากลูกค้าเดิมสูงขึ้นถึง 75% ซึ่งสูงกว่าเกือบเท่าตัว และในช่วงเดือนเมษายน – กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา Life Care Partner มีกรมธรรม์ใหม่ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนด้วย สะท้อนให้เห็นว่าการปรับบทบาทสู่การเป็น Life Partner สามารถตอบความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันได้ดี” นายจักรพงศ์กล่าว

นายโชนกล่าวย้ำว่า “การเตรียมพร้อมด้านสุขภาพกาย สุขภาพใจ นอกเหนือจากการเงินที่ต้องพร้อมและมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นองค์ประกอบสำคัญของคุณภาพชีวิตในระยะยาว การใส่ใจตัวเองในวันนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน โดยเชื่อมั่นว่า ก้าวใหม่ของกรุงเทพประกันชีวิตในวันนี้จะสามารถเติมเต็มการดูแลและเพิ่มความมั่นใจแก่ลูกค้าและคนไทยทุกคนให้มีชีวิตยืนยาวอย่างมีคุณภาพ”


หมายเหตุ

· โปรดศึกษาเงื่อนไข ความคุ้มครอง และข้อยกเว้นอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง ทั้งนี้ รายละเอียดความคุ้มครองและเงื่อนไขอย่างสมบูรณ์จะระบุไว้ในกรมธรรม์

· เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

· 8 โรคร้ายแรง ได้แก่ โรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ โรคหลอดเลือดสมองแตกหรืออุดตัน โรคพาร์กินสัน การบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างรุนแรง โรคของเซลล์ประสาทควบคุมการเคลื่อนไหว โรคกล้ามเนื้อเสื่อม ภาวะข้ออักเสบรูมาตอยด์ ชนิดรุนแรง และ การทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง