Breaking News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุภาพรวมการว่างงานในช่วงไตรมาส 2 ปี 2569 ไทยมีจำนวนผู้ว่างงานอยู่ที่ 4.01 แสนคน หรือเพิ่มขึ้น 10% YoY และถือเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส (ล่าสุดที่พุ่งแตะระดับเกินกว่า 4.0 แสนคนอยู่ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2567) หากแบ่งตามช่วงอายุของผู้ว่างงาน พบว่ากว่า 44% ของผู้ว่างงานทั้งหมดอยู่ในกลุ่มเด็กจบใหม่ (อายุ 20-24 ปี) หรือคิดเป็นจำนวนราว 1.74 แสนคน --- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยเงินเฟ้อไทยในเดือนก.ย. 69 เพิ่มขึ้น 2.8%YoY สูงที่สุดในรอบ 5 เดือน และคาดว่าจะเร่งขึ้นในไตรมาสที่ 4 ... ยังคงประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยอยู่ที่ 1.8% ในปี 2569 โดยในไตรมาสที่ 4 เงินเฟ้อคาดว่าจะเร่งตัวจากช่วง 9 เดือนแรกของปีที่เพิ่มขึ้น 1.5%YoY จากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ***  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเศรษฐกิจไทย ในปี 2569 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทย คาดชะลอลงสู่ 2.3% โดยมีแนวโน้มที่จะเร่งตัวชั่วคราวในช่วงไตรมาส 3 และ 4 จากการทยอยส่งผ่านต้นทุน ปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกและนำเข้าของไทยปี 2569 เป็น 14% และ 27% ส่งผลให้ไทยมีแนวโน้มจะขาดดุลการค้า (ระบบศุลกากร) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะสูงกว่าประมาณการเดิมในปี 2569 แต่ยังต่ำกว่าปีก่อนหน้า  SCB EIC ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เป็น 1.7% จากภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2569 ที่ขยายตัวสูง และมีแรงพยุงจากมาตรการภาครัฐ อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจยังคงกระจุกตัวในบางกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี สะท้อนภาพการฟื้นตัวยังมีความเปราะบาง ขณะที่ความเสี่ยงจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยมากขึ้น *** กนง. มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% ตลอดทั้งปี หลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ และนโยบายการคลังมีบทบาทช่วยประคองเศรษฐกิจมากขึ้น  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินเบื้องต้นปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือ 1.2% จาก 1.9% ก่อนเกิดสงคราม จากกำลังซื้อที่อ่อนแอลงและภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อของไทยคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.4% ในปี 2569 จากราคาเชื้อเพลิง ค่าขนส่ง และวัตถุดิบที่สูงขึ้น การส่งออกของไทยมีแนวโน้มขยายตัวดีกว่าคาด แต่การนำเข้าก็เติบโตอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ทำให้ผลต่อเศรษฐกิจไทยไม่มาก  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนมี.ค. 2569 อยู่ที่ -0.08%YoY ติดลบในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้าที่ติดลบที่ -0.88%YoY จากดัชนีราคาพลังงานยังปรับลดลงที่ -2.8%YoY สงครามในตะวันออกกลางส่งผลให้สินค้าบางรายการปรับสูงขึ้น *** มองปี 2569 อัตราเงินเฟ้อไทยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.4% จากเดิมที่คาดว่าจะเป็นบวกราว 0.4% โดยจะเริ่มเห็นการพลิกกับมาเป็นบวกในเดือนเม.ย. จากราคาพลังงานในประเทศยังมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ราคาสินค้าโดยเฉพาะอาหารสำเร็จรูป และบริการขนส่งได้รับผลกระทบต่อเนื่อง จากต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น  SCB EIC ปรับประมาณการส่งออกไทยกลับมาขยายตัวได้ 1.6% ในปี 2026 (เดิม -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย *** Krungthai COMPASS เผยมูลค่าส่งออกเดือน ม.ค. 2569 เติบโต 24.4%YoY เร่งขึ้นจากเดือนก่อนที่ 16.8%YoY จากการส่งออกทองคำที่เติบโตสูงถึง 123.8%YoY ผนวกกับกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ที่ขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ประเมินว่าแม้การส่งออกเดือน ม.ค.69 จะขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปื แต่ภาพรวมการส่งออกในปี 2569 ยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม คือ มาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และแนวโน้มการลงทุนของกลุ่ม Technology  ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผย การส่งออกไทยเดือนธ.ค. 2568 ขยายตัวอยู่ที่ 16.8%YoY โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวเร่งขึ้นและการส่งออกทองคำที่ขยายตัวสูง และส่งผลให้ทั้งปี 2568 มูลค่าการส่งออกไทยอยู่ที่ 339,635 ล้านดอลลาร์ฯ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ 12.9% *** คาด ปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยยังคงประมาณการภาพรวมการส่งออกไทยอยู่ที่ -1.2% แต่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่การส่งออกจะกลับมาขยายตัวได้ เนื่องจากเห็นสัญญาณการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ยังขยายตัวได้ดีตามความต้องการของ AI และ data center  SCB EIC เผยแนวโน้มท่องเที่ยวไทยดีขึ้น จากแรงหนุนของนักท่องเที่ยวต่างชาติและนักท่องเที่ยวไทยเที่ยวไทย โดยในปี 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติคาดว่าจะอยู่ที่ราว 34.1 ล้านคนฟื้นตัวขึ้นมาเล็กน้อยจากปี 2568 ที่มีแนวโน้มอยู่ที่ราว 32.9 ล้านคน **** ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยส่งออกไทยเดือนพ.ย. 68 ขยายตัวเร่งขึ้นที่ 7.1%YoY ทั้งปี 2568 ปรับคาดการณ์ส่งออกขึ้นเป็น 12.0% จาก 11.0% มูลค่าการส่งออกไทยเดือนพ.ย. 2568 อยู่ที่ 27,446 ล้านดอลลาร์ฯ ขยายตัวอยู่ที่ 7.1%YoY เร่งขึ้นจากเดือนต.ค.ที่ขยายตัว 5.7%YoY สะท้อนผลกระทบจากมาตการภาษีสหรัฐฯ ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ....สำหรับปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่าการส่งออกไทยมีความเสี่ยงหดตัว -1.2% โดยแรงกดดันหลักยังมาจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มขยายขอบเขตสินค้าที่ปรับขึ้นภาษีนำเข้าภายใต้มาตรา 232 ประกอบกับแนวโน้มการค้าโลกที่คาดว่าจะชะลอลง โดยองค์การการค้าโลก (WTO) คาดการณ์ ว่าจะขยายตัวได้เพียง 0.5% ลดลงจาก 2.4% ในปีก่อนหน้า

แม็คโครถอดรหัส “บริหารต้นทุนโฮเรก้าให้มีประสิทธิภาพ” จาก 5 เวทีภูมิภาค

แม็คโครถอดรหัส “บริหารต้นทุนโฮเรก้าให้มีประสิทธิภาพ” จาก 5 เวทีภูมิภาค
58
เขียนโดย intrend online 2026-10-26

แม็คโครถอดรหัส “บริหารต้นทุนโฮเรก้าให้มีประสิทธิภาพ” จาก 5 เวทีภูมิภาค Makro HORECA Champion 2026 เปิดเพลย์บุ๊กทางรอดผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มไทยในตลาด

กรุงเทพฯ, 26 ตุลาคม 2569 – แม็คโคร ผู้นำด้านธุรกิจค้าส่ง ภายใต้ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) เดินหน้ายกระดับศักยภาพผู้ประกอบการอาหารไทย ผ่านการแข่งขัน “Makro HORECA Champion 2026” รอบภูมิภาค ซึ่งจัดขึ้นระหว่างเดือนกันยายน–ตุลาคมที่ผ่านมา ใน 5 เมืองยุทธศาสตร์ทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหาเชฟและมิกโซโลจิสต์สู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ พร้อมเปิดพื้นที่ HORECA TALK ให้เชฟมืออาชีพร่วมถ่ายทอดบทเรียนการบริหารวัตถุดิบ การลด Food Waste และการคุมต้นทุนครัวอย่างเป็นระบบ เปลี่ยนเวทีแข่งขันให้เป็น “เพลย์บุ๊กทางรอด” สำหรับผู้ประกอบการร้ายอาหารและเครื่องดื่มไทยให้เติบโตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางความท้าทาย

 


ข้อมูลจากรายงานการวิเคราะห์ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย* ที่คาดทั้งปี 2569 นี้ มูลค่าตลาดของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มจะอยู่ที่ 6.82 แสนล้านบาท เติบโต 3.9% จากปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังต้องรับมือกับกำลังซื้อจากผู้บริโภคที่มองหาความคุ้มค่ามากขึ้น ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มมากขึ้น อัตราการแข่งขันจากร้านเปิดใหม่ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ มีร้านอาหารและเครื่องดื่มจดทะเบียนใหม่ถึง 3,263 ราย หรือเพิ่มขึ้น 20% กลายเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการที่ไม่เพียงต้องขายให้ได้ปริมาณมากขึ้น แต่ต้องคิดว่าขายอย่างไรให้เหลือกำไรได้มากที่สุด
 
จาก Makro HORECA Champion 2026 สู่เพลย์บุ๊กธุรกิจ กับ 3 ทางออกคุมต้นทุน เปลี่ยนทุกส่วนเป็นกำไร

การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จาก HORECA TALK ในเวที “Makro HORECA Champion 2026” รอบภูมิภาค โดยเชฟวิลแมน ลีออง, เชฟบาส – วัฒนศักดิ์ ช่างเก็บ และเชฟเมย์ – นลินธรณ์ รัตนเศรษฐ์ดิลก ทำให้เห็นตรงกันว่าเชฟหรือผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มยุคใหม่ต้องคิดแบบนักบริหารธุรกิจ คือต้องรู้ต้นทุนจริง วางระบบให้ทีมทำงานได้สม่ำเสมอ และใช้ทุกส่วนของวัตถุดิบให้เกิดมูลค่าสูงสุด โดยสรุปเป็น 3 แนวทางที่ผู้ประกอบการนำไปปรับใช้ได้ทันที ดังนี้
 
1. คิดต้นทุนจาก “ของที่ใช้ได้จริง” ไม่ใช่ราคาหน้าป้าย

สำหรับผู้ประกอบการและเชฟมืออาชีพ การบริหารต้นทุนไม่ใช่แค่การหาวัตถุดิบราคาถูก แต่คือการเข้าใจ “คุณสมบัติเชิงกายภาพและศาสตร์การปรุง” เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียมูลค่าของวัตถุดิบ

* มองต้นทุนทั้งระบบ: วัตถุดิบที่ต้องใช้เวลาเตรียมนาน ย่อมผูกพันกับต้นทุนแรงงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าแก๊สจากการเคี่ยว ตุ๋น หรือต้มเป็นเวลานาน ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาต้นทุนทั้งระบบให้เหมาะสม โดยอาจพิจารณาเลือกใช้วัตถุดิบพร้อมปรุงเพื่อช่วยประหยัดเวลาและต้นทุนได้ดียิ่งขึ้น

* พิจารณาต้นทุนที่เกิดจากวัตถุดิบเหลือทิ้ง: วัตถุดิบราคาถูกอาจมีอัตราการสูญเสียจากการตัดแต่งสูง ทำให้ต้นทุนต่อจานสูงกว่าที่คาด การคำนวณ Usable Yield หรือเปอร์เซ็นต์วัตถุดิบที่เหลือให้ใช้ทำอาหารได้จริง จึงเป็นหัวใจสำคัญในการวางแผน

 


2. ออกแบบเมนูและระบบครัว เพื่อคุมต้นทุนให้อยู่ในกรอบ 30–35%

การรักษากำไรของร้านอาหารไม่ได้มาจากการลดต้นทุนเพียงอย่างเดียวแต่เกิดจากการควบคุมมาตรฐานให้สม่ำเสมอทุกวัน

* หนึ่งวัตถุดิบ หลากเมนู: วัตถุดิบสดหนึ่งชนิดควรนำไปต่อยอดได้หลายเมนู เพื่อเร่งอัตราหมุนเวียนสินค้า ป้องกันการเกิด Dead Stock หรือวัตถุดิบค้างตู้เย็นจนเสื่อมสภาพ และยังช่วยให้การบริหารสต๊อกมีประสิทธิภาพมากขึ้น

* ชั่ง ตวง วัด ปิดรอยรั่ว: การกำหนดมาตรฐานสัดส่วนการใช้วัตถุดิบที่แม่นยำ ไม่เพียงรักษามาตรฐานรสชาติ แต่ยังลดปัญหาวัตถุดิบรั่วไหลหน้าเตา

* ความคิดสร้างสรรค์ต้องรับประทานได้จริง: นวัตกรรมที่ดีต้องช่วยยกระดับประสบการณ์การรับประทาน ไม่ใช่แค่การสร้างความแปลกใหม่เพียงอย่างเดียว

3. ใช้ Local Sourcing และ Zero Food Waste สร้างทั้งกำไรและคุณค่าพรีเมียม

เทรนด์อาหารระดับโลก รวมถึงทิศทางจากมิชลิน ไกด์ ล้วนให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและการใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เวที Makro HORECA Champion 2026 พิสูจน์ให้เห็นว่า วัตถุดิบท้องถิ่น สามารถยกระดับเป็นอาหารไฟน์ไดนิ่งได้ หากใส่ความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคที่ถูกต้อง

* Local Sourcing เพิ่มกำไรอย่างยั่งยืน: การนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาผสานกับเทคนิคสากลต้องยึดหลัก “รสชาติไทยดั้งเดิมที่หน้าตาทันสมัย” พร้อมดึงแนวคิด Zero Food Waste เปลี่ยนส่วนตัดแต่งที่มักถูกทิ้งให้กลายเป็นซอส สต็อก หรือส่วนประกอบใหม่ ช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่เมนูอาหาร พร้อมตอบโจทย์เทรนด์ความยั่งยืนที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ต้นทุนแล้ว ยังสร้างความแตกต่างที่คู่แข่งเลียนแบบได้ยาก

* อย่าให้เทคนิคทำลายคุณค่าของวัตถุดิบ: การใช้เทคนิคขั้นสูงไม่ได้หมายถึงอาหารที่ดีเสมอไป แต่เชฟต้องทราบว่าเมื่อใดควรใช้เทคนิค และเมื่อใดควรปล่อยให้วัตถุดิบแสดงศักยภาพตามธรรมชาติ
 
มาตรฐานใหม่ของเชฟ ต้องอร่อย สร้างสรรค์ และบริหารผลกำไรได้

เกณฑ์การตัดสินระดับสากลของ Worldchefs ที่ใช้ในการแข่งขัน “Makro HORECA Champion 2026” ตอกย้ำว่า รสชาติและความคิดสร้างสรรค์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสำเร็จ ผู้ประกอบการต้องบริหารเวลา รักษาสุขอนามัย ลด Food Waste และแจกแจงต้นทุนวัตถุดิบต่อเสิร์ฟได้แม่นยำ บทเรียนนี้สะท้อนโลกธุรกิจจริงอย่างชัดเจน ร้านที่ไปต่อได้ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านที่ใช้วัตถุดิบแพงที่สุด แต่คือร้านที่เข้าใจคุณค่าของวัตถุดิบและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า

ขณะเดียวกัน การมีพันธมิตรด้านวัตถุดิบที่เข้าใจธุรกิจโฮเรก้า ช่วยให้ผู้ประกอบการวางแผนต้นทุนได้แม่นยำขึ้น “แม็คโคร” จึงมุ่งสนับสนุนวัตถุดิบคุณภาพในรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งาน มีทางเลือกหลากหลาย และช่วยลดภาระการเตรียมของหลังบ้าน เพื่อให้ทีมครัวมีเวลาโฟกัสกับคุณภาพ ความเร็ว และการสร้างสรรค์เมนูมากขึ้น ช่วยยกระดับประสิทธิภาพและสร้างธุรกิจที่แข็งแรงกว่าเดิมได้
 
ต่อยอดบทเรียนจากภูมิภาค สู่รอบชิงชนะเลิศใน “Makro HORECA มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19”

“แม็คโคร” ตอกย้ำบทบาท “คู่คิดธุรกิจคุณ” ที่พร้อมเคียงข้างผู้ประกอบการ HoReCa ทุกระดับ ด้วยการนำบทเรียนจากสนามจริงมาพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่เข้าถึงได้และนำไปใช้ได้จริง พร้อมเชิญชวนร่วมชมการแข่งขัน “Makro HORECA Champion 2026” รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ซึ่งรวม 50 ตัวแทนเชฟและมิกโซโลจิสต์จากเวทีภูมิภาค มาประชันฝีมือและแนวคิดการบริหารครัวแห่งอนาคต ภายในงาน “Makro HORECA มหกรรมธุรกิจอาหารประเทศไทย ครั้งที่ 19” ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6-8 เมืองทองธานี ผู้ร่วมงานยังสามารถอัปเดตเทรนด์ นวัตกรรมอาหาร และแนวทางสร้างธุรกิจให้เติบโตยั่งยืน เพื่อไปเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงจากครัวของตนเองได้ทันที พิเศษ! งานปีนี้ยังขนร้านอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ดังกว่า 200 ร้าน มาร่วมเปิดประสบการณ์ความอร่อยภายใต้แนวคิด Food Festa ด้วย
 
ผู้สนใจสามารถรับชมไฮไลท์การแข่งขันจากรายการ “Makro HORECA Champion” ได้ทาง YouTube: Makro Thailand ทุกวันอาทิตย์ รวมถึงติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.makro.co.th และ Facebook: Makro – แม็คโคร และ Chef's Club by makro