“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก
“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก พร้อมดูแลความปลอดภัยลูกบ้านและพนักงาน
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ในเครือแสนสิริ เปิดแผนรับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลในช่วงที่ผ่านมา โดยมีทีม ERT (Emergency Response Team) ในการวางแผน จัดการ รับมือเหตุฉุกเฉิน ตั้งรับตั้งแต่ก่อนน้ำท่วม จนถึงการจัดการในสถานการณ์จริง และแผนฟื้นฟูในช่วงหลังน้ำลด โดยเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นส่วนสำคัญ
.jpeg)
นายมงคล ไข่มุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารอาคารแนวราบ และผู้บัญชาการศูนย์ Emergency Response Team (ERT) บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยว่า พลัสฯ มีการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำไว้ล่วงหน้าเพื่อรับมือในช่วงฤดูฝน ช่วงมรสุม หรือฝนตกหนัก ซึ่งจะมีการประเมินความเสี่ยงโครงการ โดยดูจากความสูงจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ใกล้แม่น้ำ คูคลอง และโครงการที่ได้รับผลกระทบในช่วงน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อนำมาบริหารจัดการเชิงป้องกันได้อย่างเหมาะสมตามลำดับความเสี่ยงของแต่ละโครงการ
ขั้นตอนในระยะป้องกันนี้ รวมไปถึง การลอกคูคลองในบริเวณใกล้เคียง การเตรียมระบบระบายน้ำและประตูน้ำ ลดระดับน้ำในท่อ สำรวจจุดวางกระสอบทราย ทดสอบเครื่องสูบน้ำและระบบไฟฟ้า ตัดแต่งกิ่งไม้และดูแลความปลอดภัยรอบโครงการ รวมถึงการซ้อมแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน เพื่อเตรียมพร้อมเมื่อเกิดสถานการณ์จริง
ส่วนในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมา ทีม ERT ได้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมการตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง โดยติดตามข้อมูลระดับน้ำในเขื่อนและปริมาณน้ำฝนในพื้นที่ เพื่อประเมินผลกระทบในแต่ละพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมการเชิงป้องกัน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ครั้งนี้มีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่คาดการณ์ จากฝนที่ตกรุนแรงต่อเนื่อง (Rain Bomb) ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 กันยายน ประกอบกับมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนไหลลงสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล

.jpeg)


เร่งเพิ่มกำลังเครื่องสูบน้ำ กระสอบทราย เสบียงอาหาร จัดโลจิสติกรถขนส่ง
การรับมือต้องยกระดับขึ้นทันที พลัสฯ และ แสนสิริ มีการเปิด War Room เพื่อบริหารจัดการเร่งด่วน โดยมุ่งเน้นความปลอดภัยของลูกบ้านและพนักงานเป็นหลัก ซึ่งในโครงการที่ได้รับผลกระทบ เรามีการเสริมกระสอบทราย และเครื่องสูบน้ำ รวมถึงประสานงานกับซัพพลายเออร์และพาร์ทเนอร์เพื่อเตรียมรถรับ-ส่ง เสบียงอาหารแห้ง เครื่องดื่มให้กับพนักงานและลูกบ้าน พร้อมวางแผนเส้นทางเดินรถในช่วงน้ำท่วม เนื่องจากบางเส้นทางไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ และแต่ละโครงการได้รับผลกระทบต่างกัน
ทั้งนี้ ตลอดการดำเนินการ มีการสื่อสารอัพเดทข้อมูลกับลูกบ้านผ่าน Kuhu Application และการเข้าถึงลูกบ้านจากพนักงานที่อยู่ในโครงการ เพื่อให้ลูกบ้านได้รับข้อมูลอย่างทั่วถึง โดยแจ้งข้อมูลสถานการณ์น้ำภายใน-รอบนอกโครงการ การดำเนินการของทีมงาน วิธีการดูแลตนเอง ครอบครัว และกลุ่มเปราะบาง รวมถึงข้อมูลการรับความความช่วยเหลือในแต่ละโครงการ
นายมงคล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราไม่ได้แค่บริหารจัดการน้ำในโครงการ แต่บริหารความกังวลของลูกบ้านด้วย ดังนั้น การสื่อสารสำคัญอย่างมาก ต้องทำอย่างต่อเนื่อง และเรารับฟังเสียงและความเดือดร้อนของลูกบ้าน นำไปเพิ่มแนวทางบริหารจัดการให้เหมาะสม เช่น การจัดรถรับส่งเพื่อเดินทางเข้า-ออกโครงการ ซึ่งเป็นการลดความเครียดของลูกบ้าน ให้ได้เปลี่ยนสภาพแวดล้อม และสามารถไปจับจ่ายใช้สอยอาหารด้วยตนเองได้ นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมห้องสุขาเคลื่อนที่ให้กับโครงการที่ไม่สามารถใช้น้ำประปาได้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตให้กับลูกบ้าน”
เตรียมพร้อมแผนฟื้นฟูหลังน้ำลด: ทำความสะอาดฆ่าเชื้อ และ การดูแลเคลมประกันลูกบ้าน
สถานการณ์ปัจจุบัน น้ำในโครงการเริ่มลดลง และมีบางส่วนที่ยังต้องได้รับการดูแล แต่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน เนื่องจากมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มเติมอีก ดังนั้น เรายังต้องดูแลใกล้ชิดต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือในพื้นที่เสี่ยง
ส่วนโครงการที่น้ำลดแล้ว เข้าสู่ช่วงฟื้นฟู เราเตรียมการทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคในพื้นที่ส่วนกลาง รวมถึงช่วยจัดหาพาร์ทเนอร์บริการทำความสะอาดให้กับลูกบ้าน รวมไปถึง ตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคในโครงการให้พร้อมใช้งาน พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือลูกบ้านในการเคลมประกันความเสียหาย
นอกจากนี้ เรายังมีมาตรการความช่วยเหลือพนักงานที่ได้รับผลกระทบ โดยบริษัทได้จัดเตรียมเงินช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูบ้านพักอาศัยของพนักงาน พร้อมสินเชื่อฉุกเฉินกรณีพิเศษอัตราดอกเบี้ย 0%
“ในครั้งนี้ เราสามารถบรรเทาความรุนแรงของเหตุน้ำท่วมด้วยแผนเชิงรุก โดยทีม ERT ได้นำประสบการณ์และการถอดบทเรียนจากการรับมือกับน้ำท่วมที่หาดใหญ่ และเหตุการณ์แผ่นดินไหว นำไปปรับแผนจัดการเหตุฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพและครอบคลุมยิ่งขึ้น ทำให้ครั้งนี้ เราสามารถดำเนินการตามแผน และบรรเทาผลกระทบต่อที่พักอาศัยและอาคารที่พลัสฯ บริหาร รวมถึงสามารถให้ความช่วยเหลือลูกบ้านและพนักงาน และขยายผลไปยังชุมชนโดยรอบได้”
ทั้งนี้ ลูกบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อนิติบุคคลประจำโครงการ หรือติดต่อ Call Centre โทร. 1685
ข่าวเกี่ยวข้อง
“พลัส พร็อพเพอร์ตี้” เปิดแผนรับมือน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล เน้นทำงานเชิงรุก
intrend online 2026-10-02
เรนวูด ปาร์ค พัฒนา “PARK11” สู่ Open Lifestyle & Community Space เติมไฮไลต์ใหม่
intrend online 2026-09-30
